กรมธุรกิจพลังงาน พบดีเอสไอกล่าวโทษเพิ่ม ไม่รายงานปริมาณน้ำมัน – การขนส่งจากคลัง

กรมธุรกิจพลังงาน พบดีเอสไอกล่าวโทษเพิ่ม ไม่รายงานปริมาณน้ำมัน – การขนส่งจากคลัง

View icon 70
วันที่ 12 มิ.ย. 2569 | 19.45 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
กรมธุรกิจพลังงาน เข้าพบพนักงานสอบสวนกล่าวโทษเพิ่ม ไม่รายงานปริมาณน้ำมัน – การขนส่งน้ำมันจากคลัง ขณะที่ ดีเอสไอ เตือนโรงกลั่น ส่งตัวแทนรับทราบข้อกล่าวหา-ให้ปากคำแทนไม่ได้

วันนี้ (12 มิ.ย.69) พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าคดีเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งดีเอสไอรับไว้เป็นคดีพิเศษ 8 คดี ได้แก่ คดีพิเศษที่ 59/2569 ในความผิดเกี่ยวกับการไม่นำน้ำมันเชื้อเพลิงออกจำหน่าย เหตุเกิดพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี คดีพิเศษที่ 66/2569 ในความผิดเกี่ยวกับการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง ในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง และคดีพิเศษที่ 80/2569 ถึง คดีพิเศษที่ 85/2569 ในความผิดเกี่ยวกับการจัดทำใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เป็นไปตามกฎหมาย โดยเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีผู้ต้องหาในคดีพิเศษที่ 66/2569 มารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีก 1 คน รวมมีผู้ต้องหาทั้งหมดในคดีนี้ 3 คน

ล่าสุด กรมธุรกิจพลังงาน ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อกล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในคดีพิเศษดังกล่าวเพิ่มเติมในความผิดตาม พระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 กรณีฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีในการไม่รายงานปริมาณน้ำมัน และพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 กรณีไม่รายงานการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงออกจากคลัง จำนวน 121 ครั้ง ซึ่งจะเร่งทำการสอบสวนต่อไป

ส่วนคดีพิเศษที่ 80/2569 ถึง 85/2569 ดีเอสไอได้มีการออกหมายเรียกผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 6 ราย ที่มีหลักฐานออกใบกำกับการขนส่งไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ให้มารับทราบข้อกล่าวหา ในวันที่ 11 - 12 มิ.ย. 2569 ปรากฏว่ามีผู้รับมอบอำนาจจากผู้ต้องหา 1 ราย มาขอรับทราบข้อกล่าวหาแทนผู้ต้องหาที่เป็นนิติบุคคล ซึ่งหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ชี้แจงเป็นหนังสือแล้วว่า การรับทราบข้อกล่าวหาเป็นกระบวนการทางอาญาที่ผู้ต้องหาต้องมารับทราบด้วยตนเอง โดยมีบทบัญญัติที่กำหนดวิธีการปฏิบัติเป็นการเฉพาะ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 7 จึงไม่อาจมอบอำนาจมารับทราบข้อกล่าวหาแทนได้ และให้แจ้งผู้จัดการของนิติบุคคลที่เป็นผู้ค้าตาม มาตรา 7 รายดังกล่าว มาพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ส่วนนิติบุคคลที่เป็นผู้ต้องหารายอื่นอีก 5 ราย ไม่ได้มาพบตามหมายเรียก โดยจะได้ออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ต่อไป

ส่วนกรณีคดีพิเศษที่ 59/2569 และการสืบสวนในสำนวนสืบสวนที่ 43/2569 กรณีเรือขนส่งน้ำมันจำนวน 99 เที่ยวเรือ ที่ขนส่งน้ำมันไปยังจังหวัดสุราษฎร์ธานี  มีความคืบหน้าไปมาก ทั้งนี้ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้กำชับให้ทำการสอบสวนด้วยความรวดเร็ว ในการพิจารณาพยานหลักฐาน และเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหานำพยานหลักฐานมาชี้แจง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง