เช้านี้ที่หมอชิต - คดีสะเทือนขวัญ นักเรียนหญิงชั้น ม.6 ถูก นายเอี้ยง ดักฉุดและแทงจนเสียชีวิต ช่วง 06.00 น. ของวันที่ 12 มิถุนายน ขณะขี่รถจักรยานยนต์ไปโรงเรียน เมื่อวานนี้ (14 มิ.ย.) ตำรวจแถลงปิดคดี ซึ่ง นายเอี้ยง ผู้ต้องหา ได้ก้มกราบขอโทษพ่อของผู้เสียชีวิต แต่ความรู้สึกของคนเป็นพ่อที่ต้องเสียลูกไปทั้งคน พูดตอบกลับสั้น ๆ ว่า "ขอให้ตายในคุก"
นายเอี้ยง ผู้ต้องหาก่อเหตุฆ่านักเรียนหญิงชั้น ม.6 ได้ก้มกราบขอโทษพ่อของผู้เสียชีวิต ขณะถูกคุมตัวมาแถลงข่าวปิดคดี แต่ด้วยความรู้สึกของคนเป็นพ่อที่ต้องเสียลูกไปทั้งคน พูดตอบกลับด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดว่า "ขอให้ตายในคุก" ก่อนลุกเดินออกไปจากตรงนั้น
พลตำรวจตรี วรวัฒน์ มะลิ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี แถลงปิดคดี พร้อมไล่เลียงเหตุการณ์ว่า ช่วง 06.00 น. ของวันที่ 12 มิถุนายน ผู้เสียชีวิตขี่รถจักรยานยนต์ไปโรงเรียนตามปกติ ผู้ต้องหาที่ดักซุ่มรอริมทางสบโอกาสพุ่งเข้าใส่รถจนเสียหลักล้ม ก่อนใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกาย ระหว่างเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตพยายามร้องขอความช่วยเหลือและวิ่งหนี จึงถูกผู้ต้องหาลากเข้าข้างทาง ใช้มีดแทงซ้ำบริเวณจุดสำคัญ ก่อนที่พ่อของผู้เสียชีวิตจะตามมาพบ นำตัวส่งโรงพยาบาล และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ชุดสืบสวนใช้เวลาแกะรอยและตามจับกุมผู้ต้องหาได้ทันควัน จากการสืบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่าลงมือก่อเหตุจริง มีเจตนาจะข่มขืนผู้เสียชีวิต ก่อนเหตุการณ์จะบานปลายจนกลายเป็นคดีฆาตกรรม
ส่วนประเด็นการใช้สารเสพติด เจ้าหน้าที่ไม่พบหลักฐานว่าผู้ต้องหาเสพยาเสพติดในวันก่อเหตุ แต่จากพฤติการณ์ในคดีต่าง ๆ ที่ผ่านมา ยังมีข้อสงสัยในเรื่องดังกล่าว จึงอยู่ระหว่างตรวจสอบเพิ่มเติม
ด้าน พ่อของผู้ต้องหา ยืนยัน ลูกชายไม่ได้ใช้ยาเสพติด แต่สติไม่สมประกอบมาตั้งแต่วัยเด็ก
อย่างไรก็ตาม ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้ต้องหา พบเคยต้องโทษมาแล้วหลายคดี ทั้งคดีข่มขืนใจผู้อื่น กักขังหน่วงเหนี่ยว คดีชิงทรัพย์ และคดีพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยเพิ่งพ้นโทษเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568 หรือเพียงประมาณ 8 เดือน ก่อนมาก่อเหตุสะเทือนขวัญ