เช้านี้ที่หมอชิต - ไอติม พริษฐ์ แถลงยก 4 เหตุผล เรียกร้องให้ กกต.ส่งคดีฮั้ว สว.ให้ศาลพิจารณา เพราะมีหลักฐานมัดตัวแน่น โดยเฉพาะคลิปหลักฐานคดีฮั้ว สว. เจ้าหน้าที่ กกต.ต้องเดินเก็บโพยจากผู้สมัคร
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์คลิปนี้ ผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า เป็นคลิปหลักฐานคดีฮั้ว สว. ซึ่งได้รับจากผู้ร้องเรียนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
เหตุการณ์ในคลิป คือ การเลือก สว.ระดับประเทศ ระบุว่า ขณะนี้อำนาจชี้ขาดทั้งหมดอยู่ที่กกต. ทั้ง 7 คนว่า จะส่งคดีนี้ให้ศาลพิจารณาหรือไม่
โดยตามขั้นตอน ก่อนหน้านี้มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ที่มีมติเห็นว่า มีบุคคลที่มีมูลความผิดเรื่องการฮั้ว สว. อย่างน้อย 229 คน และเห็นควรให้ กกต. ดำเนินคดีฟ้องร้องต่อศาลตั้งแต่ช่วงกลางปี 2568
แต่ กกต. ทั้ง 7 คน กลับไม่ได้เห็นชอบตามนั้น และตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 ขึ้นมาแทน ซึ่งคณะอนุฯ ชุดนี้กลับมีมติสวนทาง โดยเห็นว่าทั้ง 229 คนไม่มีความผิดและให้ยกคำร้อง
กกต. มีทางเลือกตัดสินใจ 3 แนวทาง คือ 1. เห็นชอบตามคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 คือ ส่งฟ้องทั้งหมด 2. เห็นชอบตามคณะอนุฯ ชุดที่ 36 คือ ยกคำร้องทั้งหมด หรือ 3. ส่งฟ้องเฉพาะบางคนและยกคำร้องบางคน ซึ่งแนวทางสุดท้ายอาจทำให้สังคมกังวลว่า พยายามสลัดผู้กระทำผิดบางรายเพื่อปกป้องบุคคลสำคัญหรือไม่
คาดว่า จะได้ข้อสรุปรวมทั้งหมดภายในเดือนกันยายนนี้ เพราะระเบียบ กกต. กำหนดให้พิจารณาชี้ขาดไม่เกิน 90 วัน และนัดแรกจะเริ่มพิจารณาข้อกล่าวหาในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งพัวพันกับ สว. ปัจจุบัน 4 คน
นายพริษฐ์ ได้ยก 4 เหตุผลสำคัญที่กกต. ที่ กกต. ควรส่งตัวผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนไปยังศาล
คือ 1.หลักฐานในสำนวนแน่นหนา และชัดเจน พบหลักฐานสถิติการลงคะแนนที่เป็นกลุ่มตัวเลขเดียวกันอย่างผิดธรรมชาติ สอดคล้องกับโพยตัวเลข
ที่สำคัญที่สุด คือ เส้นทางการเงิน ที่เชื่อมโยงกลุ่มบุคคลชัดเจน รวมถึงทีมงานของ สส. ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีด้วย ซึ่งหลักฐานเหล่านี้แน่นหนากว่าคดีก่อนๆ ที่ กกต. เคยส่งศาลอย่างมาก
เหตุผลที่ 2. คณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 มีปัญหาเรื่องความชอบธรรม และเสี่ยงเป็นเครื่องมือในการฟอกขาว เพราะมีการตั้งคำถามว่า เหตุใดต้องตั้งคณะอนุฯ ชุดนี้ขึ้นมาเป็นการเฉพาะ ทั้งที่มีคณะอนุฯ เดิมอยู่แล้วถึง 35 คณะ อีกทั้งยังไม่เคยเรียกตัวแทนดีเอสไอหรือคณะไต่สวนชุดที่ 26 เข้าไปให้ข้อมูล
3.กกต. ส่วนใหญ่มีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะ 4 ใน 7 คนถูกรับรองให้เข้าสู่ตำแหน่งโดย สว.ชุดปัจจุบันที่กำลังถูกตรวจสอบในสำนวนนี้ *วิธีการที่สง่างามและตรงไปตรงมาที่สุดเพื่อหลุดพ้นข้อครหา คือการส่งเรื่องทั้งหมดไปให้ศาลเป็นผู้พิจารณาชี้ขาด
และ 4.กกต. ถูกตั้งคำถาม ถึงการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมา ในการตรวจสอบคดีการทุจริตการเลือก สว.
หากสุดท้าย กกต.มีมติไม่ส่งเรื่องไปที่ศาล กกต. ก็อาจถูกมองได้ว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ หรือ อาจเป็นส่วนหนึ่งที่รู้เห็นเป็นใจในกระบวนการการโกง สว. ที่ผ่านมาหรือไม่
นายพริษฐ์ ย้ำว่า ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดก็ตาม ต้องดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาด้วยมาตรฐานเดียวกัน แต่สิ่งที่ทำให้สำนวนการฮั้ว สว. ของคณะไต่สวนชุดที่ 26 มีความแตกต่าง คือการมีหลักฐานหลายประเภทประกอบกัน ทั้งโพยตัวเลขชุดเดียวกัน หลักฐานการซื้อตั๋วเครื่องบินให้เดินทาง และเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างชัดเจน