ฝากขัง “ส.ต.ต.” ยิงวินรถ จยย.เสียชีวิต 2 คน

View icon 15
วันที่ 15 มิ.ย. 2569 | 16.12 น.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน
แชร์
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - เกือบ 7 ชั่วโมง ที่สิบตำรวจตรี นำทัพ ถูกคุมตัวสอบปากคำในห้องสอบสวน สน.ห้วยขวาง ล่าสุด พนักงานสอบสวนคุมไปขออำนาจศาลอาญาฝากขัง

ถึงได้ยินไม่ชัดเจน แต่นักข่าวทุกคนที่ไปยืนยันว่า สิบตำรวจตรี นำทัพ สังกัดตำรวจตระเวนชายแดน ตอบว่า “ผมขอโทษ” ก่อนถูกคุมตัวขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลฝากขัง ผัดแรก

ด้านพ่อ สิบตำรวจตรี นำทัพ เดินทางมารอพบ และเข้าเยี่ยมลูกชายตั้งแต่เช้า พร้อมเปิดเผยว่า ลูกมีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด ร้องไห้ตลอดเวลา และต้องการพบหน้าครอบครัว พร้อมระบุลูกชายมีความกังวลเกี่ยวกับคดี

นักข่าวพยายามถามต่อว่าได้เตรียมหลักทรัพย์ประกันตัวเท่าไร คุณพ่อตอบว่า ขณะนี้ตนเองอยู่ระหว่างรวบรวมหลักทรัพย์เพื่อยื่นขอประกันตัวในชั้นศาล เป็นเงินสด 1 ล้านบาท แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถหาเงินสดได้เพียงพอ จึงต้องนำคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ไปขายจำนองเพื่อนำเงินมาใช้เป็นหลักทรัพย์ในการประกันตัวลูกชาย

นักข่าวถามต่อว่าเย็นนี้จะเดินทางไปร่วมงานศพของผู้เสียชีวิตหรือไม่ คุณพ่อบอกว่าอยากไป แต่ติดเรื่องการจัดเตรียมเอกสาร และรวบรวมหลักทรัพย์เพื่อยื่นประกันตัวลูกชาย รวมถึงกังวลว่าไปร่วมงานช่วงนี้อาจเกิดการปะทะทางอารมณ์กับญาติผู้เสียชีวิต จึงเห็นว่ายังไม่เหมาะสม แต่ถ้าธุระต่าง ๆ เสร็จสิ้นจะเดินทางไปร่วมงานศพเพื่อแสดงความเสียใจอย่างแน่นอน

ขณะที่ญาติและลูกสาวของ นายชรินทร์ หรือ บอล วินรถจักรยานยนต์ที่บาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิต กลางดึกวานนี้ (14 มิ.ย.) มาติดต่อขอรับศพ ที่สถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ นำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ที่วัดกุนนทีรุทธาราม หรือ วัดห้วยขวาง โดยตั้งสวดเป็นเวลา 5 คืน ก่อนฌาปนกิจ วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน

นางสาวอภิญญา ลูกสาว เล่าให้ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 3 วัน นายชรินทร์ ท่าทีผิดปกติ เหมือนเป็นลางบอกเหตุ

ญาติ ๆ นายชรินทร์ บอกว่า รู้สึกไม่สบายใจที่โซเชียลวิพากษ์วิจารณ์และให้กำลังใจญาติฝั่งผู้ก่อเหตุ

รวมถึงมีการขุดภาพคลิป เพื่อให้เห็นอีกมุมหนึ่งว่า วินรถจักรยานยนต์ ย่านห้วยขวาง มักมีพฤติกรรมตั้งวงเหล้า กลางดึก  ทั้ง ๆ ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยากให้แยกแยะ และครอบครัวตนเองเป็นฝั่งสูญเสีย หนักไปกว่านั้นมีการข่มขู่พยานที่เห็นเหตุการณ์

ครอบครัวผู้เสียชีวิต ยอมรับว่าการรุมทำร้าย อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการสูญเสีย แต่อีกฝ่ายเป็นตำรวจไม่ควรจะโกรธแค้นถึงขั้นยิง 17 นัด ซึ่งถือว่าทำเกินกว่าเหตุ และหากอ้างว่ามีอาการป่วยจิตเวชก็ไม่ควรรับราชการและพกพาอาวุธปืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง