"นาฬิกาหาย" ชนวนเหตุฆ่า ผู้ค้ากัญชาอำพรางศพ [เจาะเกาะติด]

View icon 19
วันที่ 15 มิ.ย. 2569 | 22.33 น.
ประเด็นเด็ด 7 สี
แชร์
ประเด็นเด็ด 7 สี - คดีฆาตกรรม ชายอายุ 34 ปี แล้วนำศพไปอำพรางใส่กล่องพลาสติก ฝังดินเพาะปลูกกัญชา ในบ้านย่านดอนเมือง ตำรวจตามแกะรอยจนไปจับผู้ก่อเหตุได้ครบทั้ง 3 คน ท่าทีที่แสดงออกไม่ได้รู้สึกสลดอย่างที่คิด ไปติดตามเรื่องนี้กับคุณพิธพงษ์ จตุรพิธพร ใน "เจาะเกาะติด"

เป็นคำบอกเล่าของพยานปากสำคัญ อธิบายชนวนเหตุการเสียชีวิตของ นายชัยสิทธิ์ อายุ 34 ปี ผู้ค้ากัญชา ที่นำไปสู่การฆาตกรรมด้วยอาวุธมีด แล้วนำศพไปอำพรางใส่ในกล่องพลาสติก วางไว้ตรงจุดเพาะปลูกต้นกัญชา บนชั้น 2 ของบ้าน

นายเก่ง บอกว่า ตัวเองถูกเรียกมาช่วยเป็นพยาน ระหว่างการพูดคุยเพื่อเคลียร์ปัญหาเรื่อง "นาฬิกา" ที่ถูกขโมย ช่วงแรกผู้เสียชีวิตยืนยันว่า 1 ในฝั่งผู้ก่อเหตุเป็นคนเอาไป แต่เพราะหาหลักฐานมายืนยันไม่ได้ จึงกลายเป็นชนวนเหตุให้อีกฝ่ายเริ่มลงมือทำร้ายร่างกาย ก่อนจะบานปลายเป็นการใช้อาวุธแทง จน นายชัยสิทธิ์ เสียชีวิต

ครั้งแรก นายเก่ง ได้โทร.แจ้งตำรวจไปตอน 22.00 น. แต่เพราะเพิ่งมาบ้านหลังนี้ครั้งแรก จึงอธิบายที่อยู่ไม่ถูก กระทั่งได้ไปแจ้งความเองตอน 05.00 น. จึงได้พาตำรวจมาตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุ และพบศพผู้เสียชีวิตอยู่ในกล่อง อำพรางในห้องเพาะปลูกกัญชา

ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ทยอยถูกพาตัวมาสอบสวนที่ สน.ดอนเมือง จนครบ ประกอบด้วย นายกฤตธนัท คนที่ถูกกล่าวหาว่าขโมยนาฬิกา, นายนายศุภกร หรือ เฉิน คนที่ใช้อาวุธมีดแทง และ นายชยพล ที่ช่วยอำพรางศพ ทั้งหมดยืนยันตรงกันว่า ชนวนเหตุมาจากปมเรื่องที่นาฬิกาหาย แล้วถูกเอาไปโพสต์ประจานในโซเชียลฯ จนเกิดการนัดเคลียร์ปัญหา ตำรวจจึงเตรียมดำเนินคดีฐาน ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และร่วมกันซ่อนเร้นอำพรางศพ นอกจากนี้ยังเตรียมขยายผลต่อ ว่าได้ขโมยทรัพย์สิน หลังการก่อเหตุไปด้วย หรือไม่

แม้จะตกเป็นผู้ต้องหาคดีฆ่าคนตาย แต่จากการสังเกตท่าทีผู้ต้องหาแต่ละคน ดูเหมือนจะไม่มีความเครียด หรือท่าทีที่สลด ต้องติดตามกันต่อว่า เพราะเหตุใดผู้ต้องหาแต่ละคนถึงดูใจเย็นขนาดนั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง