ประเด็นเด็ด 7 สี - คดีฆาตกรรม ชายอายุ 34 ปี แล้วนำศพไปอำพรางใส่กล่องพลาสติก ฝังดินเพาะปลูกกัญชา ในบ้านย่านดอนเมือง ตำรวจตามแกะรอยจนไปจับผู้ก่อเหตุได้ครบทั้ง 3 คน ท่าทีที่แสดงออกไม่ได้รู้สึกสลดอย่างที่คิด ไปติดตามเรื่องนี้กับคุณพิธพงษ์ จตุรพิธพร ใน "เจาะเกาะติด"
เป็นคำบอกเล่าของพยานปากสำคัญ อธิบายชนวนเหตุการเสียชีวิตของ นายชัยสิทธิ์ อายุ 34 ปี ผู้ค้ากัญชา ที่นำไปสู่การฆาตกรรมด้วยอาวุธมีด แล้วนำศพไปอำพรางใส่ในกล่องพลาสติก วางไว้ตรงจุดเพาะปลูกต้นกัญชา บนชั้น 2 ของบ้าน
นายเก่ง บอกว่า ตัวเองถูกเรียกมาช่วยเป็นพยาน ระหว่างการพูดคุยเพื่อเคลียร์ปัญหาเรื่อง "นาฬิกา" ที่ถูกขโมย ช่วงแรกผู้เสียชีวิตยืนยันว่า 1 ในฝั่งผู้ก่อเหตุเป็นคนเอาไป แต่เพราะหาหลักฐานมายืนยันไม่ได้ จึงกลายเป็นชนวนเหตุให้อีกฝ่ายเริ่มลงมือทำร้ายร่างกาย ก่อนจะบานปลายเป็นการใช้อาวุธแทง จน นายชัยสิทธิ์ เสียชีวิต
ครั้งแรก นายเก่ง ได้โทร.แจ้งตำรวจไปตอน 22.00 น. แต่เพราะเพิ่งมาบ้านหลังนี้ครั้งแรก จึงอธิบายที่อยู่ไม่ถูก กระทั่งได้ไปแจ้งความเองตอน 05.00 น. จึงได้พาตำรวจมาตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุ และพบศพผู้เสียชีวิตอยู่ในกล่อง อำพรางในห้องเพาะปลูกกัญชา
ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ทยอยถูกพาตัวมาสอบสวนที่ สน.ดอนเมือง จนครบ ประกอบด้วย นายกฤตธนัท คนที่ถูกกล่าวหาว่าขโมยนาฬิกา, นายนายศุภกร หรือ เฉิน คนที่ใช้อาวุธมีดแทง และ นายชยพล ที่ช่วยอำพรางศพ ทั้งหมดยืนยันตรงกันว่า ชนวนเหตุมาจากปมเรื่องที่นาฬิกาหาย แล้วถูกเอาไปโพสต์ประจานในโซเชียลฯ จนเกิดการนัดเคลียร์ปัญหา ตำรวจจึงเตรียมดำเนินคดีฐาน ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และร่วมกันซ่อนเร้นอำพรางศพ นอกจากนี้ยังเตรียมขยายผลต่อ ว่าได้ขโมยทรัพย์สิน หลังการก่อเหตุไปด้วย หรือไม่
แม้จะตกเป็นผู้ต้องหาคดีฆ่าคนตาย แต่จากการสังเกตท่าทีผู้ต้องหาแต่ละคน ดูเหมือนจะไม่มีความเครียด หรือท่าทีที่สลด ต้องติดตามกันต่อว่า เพราะเหตุใดผู้ต้องหาแต่ละคนถึงดูใจเย็นขนาดนั้น