เช้านี้ที่หมอชิต - "Kick off" ไปเมื่อวานแล้ว สำหรับการเปิด "ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)" ฟูดดิลิเวอรี กระตุ้นเศรษฐกิจ และงานนี้มีโมเมนต์น่ารัก ๆ ระหว่าง นายกรัฐมนตรี กับ น้องแอบิเกล Friend of Grab ที่รับบทเชฟโชว์ทำข้าวผัด หลังถูกถามว่า "ลุงหนูหน้าเหมือนหนูไหม" เรียกรอยยิ้มกันทั้งงาน
พิธีเปิดกิจกรรมประชาสัมพันธ์โครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)" ของผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) เมื่อวานนี้ มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน มาพร้อมกับ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คณะผู้บริหารกระทรวงการคลัง ผู้แทนสถาบันการเงิน ตลอดจนภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการฯ
นายกรัฐมนตรี เดินเยี่ยมชมบูทนิทรรศการจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ที่ร่วมสนับสนุนการดำเนินโครงการฯ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐได้อย่างทั่วถึง รวม 5 บูท ประกอบด้วย
1. AI "นกกระซิบ" ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
2. บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด (Grab)
3. บริษัท ไลน์แมน (ประเทศไทย) จำกัด (Lineman)
4. บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด (Robinhood)
5. บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด (ShopeeFood)
ระหว่างเยี่ยมชมบูท แกร็บฟู้ด ที่เคยเข้าร่วมโครงการ "คนละครึ่ง พลัส" ครั้งที่ผ่านมา พบว่า ยอดขายเติบโตถึง 9 ล้านออร์เดอร์ ขณะที่ ร้านค้าเติบโตขึ้น 20 เท่า บรรยากาศมีแต่รอยยิ้มกันทั้งงาน เพราะ Friend of grab อย่าง "น้องแอบิเกล" ลูกแม่ชมพู่ ได้มาร่วมโพรโมตแพลตฟอร์มนี้ด้วย
นายกรัฐมนตรี ยังได้พูดคุยกับ "น้องแอบิเกล" ขณะกำลังรับบทเชฟโชว์ทำข้าวผัด พร้อมเชิญชวนให้มาสั่งแกร็บฟูดกันเยอะ ๆ ก่อนจะถ่ายภาพร่วมกัน
มีอยู่ช่วงหนึ่ง คุณจ๋า ภริยานายกรัฐมนตรี ถาม "น้องแอบิเกล" ว่า "รู้จักลุงหนูไหม ลุงหนูหน้าเหมือนหนูไหม" ซึ่ง "น้องแอบิเกล" ส่ายหน้า และยิ้มอย่างเขินอาย ก่อนที่ นายกรัฐมนตรี จะขออุ้มแต่ถูกปฏิเสธ บอกว่า หนูตัวหนัก ทำให้นายกรัฐมนตรีแค่ได้จับแก้ม "น้องแอบิเกล" อย่างเอ็นดู ก่อนเดินต่อไปที่บูธไลน์แมน , โรบินฮู้ด และ ช้อปปี้ฟูด พร้อมร่วมชงชา และเดินชิมชา เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์แพลตฟอร์ม
หลังการเป็นประธานเปิดกิจกรรม นายกรัฐมนตรี พูดอย่างอารมณ์ดี และกล่าวในนามรัฐบาลขอบคุณหน่วยงานในสังกัด ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มดิลิเวอรี ที่เข้ามาช่วยส่งเสริมและสนับสนุนนโยบาย "ไทยช่วยไทย พลัส" เกิดการกระจายตัวมากขึ้น สำคัญที่สุด ทำให้ประชาชนเข้าโครงการฯ มีความสะดวกในการจับจ่ายใช้สอย อีกทั้งเป็นการเพิ่มรีสกิล-อัปสกิล ให้ผู้ประกอบการเข้าถึงเทคโนโลยี AI ได้มากขึ้น สิ่งที่เห็นผลชัดเจน คือ ทุกครั้งที่รัฐบาลมีโครงการลักษณะนี้ จะทำให้ประชาชนซื้อของได้ถูกลง ผู้ค้าขายของได้มากขึ้น
เมื่อโครงการฯ นี้สิ้นสุดลง จะต้องมีการปรับฐานรายได้ของผู้ค้าขึ้น 2 เท่ากว่า ๆ แน่นอน ถือว่าเป็นการตอบโจทย์ด้านความยั่งยืน
นายกรัฐมนตรี ย้ำด้วยว่า รัฐจะทำทุกอย่างที่จะให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การกู้เงินมาแต่ละโครงการฯ เพื่อประชาชนนั้น รัฐมีหน้าที่ต้องชำระดอกเบี้ยผ่อนจ่าย และจะไม่โยนให้เป็นภาระของประชาชน
สำหรับโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)" ของผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ประชาชนสามารถใช้สิทธิตามโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 ระหว่างเวลา 06.00-21.00 น. ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ของภาครัฐ และเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย และร้านค้าในทุกพื้นที่