ก.คลัง เชิญชวนร้านค้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส

View icon 19
วันที่ 16 มิ.ย. 2569 | 06.07 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - เอกนิติ ชวนร้านค้าร่วมแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ ดึง AI นกกระซิบ ช่วยวิเคราะห์ต้นทุน-บัญชี เชื่อเพิ่มยอดขาย-ลดต้นทุนยั่งยืน แต่ครม.เงา ได้รับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นกับ SMEs ที่ควรปรับหลักเกณฑ์

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงโครงการไทยช่วยไทย พลัส ว่า ได้เปิดให้ร้านค้าเข้าร่วมขายของบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ โดยมีธนาคารกรุงไทย นำ AI นกกระซิบ มาเปิดตัวด้วย เพื่อเป็นผู้ช่วยให้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการสามารถขยายยอดขาย วิเคราะห์ยอดขาย ลดต้นทุน และวิเคราะห์ต้นทุน เพราะตอนนี้ต้องการช่วยร้านค้ารายย่อยที่ต้นทุนแพงขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีแพลตฟอร์มร้านค้าที่มาร่วมเปิดตัว ดิลิเวอรี จะมาช่วยส่งเสริมร้านค้าต่าง ๆ ที่เข้าร่วมโครงการ สามารถขยายยอดขายได้มากขึ้น และปลดล็อกข้อจำกัดต่าง ๆ ที่ร้านค้าจะขายได้เฉพาะพื้นที่ ที่ขายอยู่เท่านั้น ซึ่งร้านค้าที่ร่วมโครงการ จะได้เพิ่มยอดขายมากขึ้น

ดังนั้นต้องการให้รายเล็กและรายย่อยเรียนรู้เรื่องดิจิทัล การขายของออนไลน์ โครงการ Up skill - Re skill ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าใครเข้าร่วมโครงการสามารถเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น ดังนั้นร้านค้ามาร่วมเข้าโครงการ โดยไม่ต้องกังวล เพราะจะมีแพลตฟอร์มที่เข้ามาช่วยให้คำแนะนำ ช่วยเพิ่มรายได้และลดต้นทุนอย่างยั่งยืน

แต่ ครม.เงา ของพรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และ ผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร บอก จากการเชิญ ตัวแทนผู้ประกอบการร้านอาหาร SMEs มารับฟังเสียงสะท้อนถึงผลกระทบจากโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งเป็นผู้ประกอบการขนาดเล็ก แต่อยู่ในระบบภาษี ยอมรับ จากสถานการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงสถานการณ์ 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ยอดขายตกลง และมาตรการไทยช่วยไทยพลัสได้กำหนดว่า จะต้องเป็รร้านอาหารที่จดทะเบียนถูกต้อง มียอดขาย 1.8 ล้านบาทต่อปี เฉลี่ยวันละ 5,000 บาท ซึ่งหากเทียบกับร้านก๋วยเตี๋ยวบางร้านอาจมียอดขายต่อวันมากกว่านี้ แต่อาจไม่ได้เข้าระบบภาษี และมาตรการไทยช่วยไทยพลัสออกมาทำให้ยอดขายกลุ่มร้านค้า SMEs ตกลงอีก เพราะไม่ได้เข้าร่วมโครงการฯ และประชาชนที่ร่วมโครงการฯ ก็ไปใช้ร้านสตรีตฟูดทั่วไป

ตัวแทนสมาคมร้านอาหาร จึงเสนอให้รัฐบาลพิจารณา ธุรกิจร้านอาหารกลุ่ม SMEs ที่ยอดขายไม่เกิน 100 ล้านบาท ให้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส ได้ด้วย ซึ่งตอนนี้เหลือระยะเวลาอีก 3 เดือนจะสิ้นสุดโครงการ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลปรับแก้กฎเกณฑ์ร้านค้า ในไซส์ S ที่จดทะเบียนถูกต้องมีข้อมูลในกรมสรรพากร กรมพัฒนาธุรกิจ น่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการที่ทำถูก ส่วนผู้ลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่รัฐบาลตั้งไว้ 30 ล้านสิทธิ์ และมีผู้ลงทะเบียน 26 ล้านคน และงบประมาณเหลือ 16,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลสามารถนำงบประมาณส่วนนี้ มาช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการนิติบุคคล และเป็นการจูงใจให้ร้านค้าเข้าระบบภาษี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง