กระเป๋ารถเมล์นับ 10 คน สุดทน โดนป้ามหาภัย แจ้งความเท็จใส่ร้าย

กระเป๋ารถเมล์นับ 10 คน สุดทน โดนป้ามหาภัย แจ้งความเท็จใส่ร้าย

View icon 35
วันที่ 16 มิ.ย. 2569 | 15.17 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
กระเป๋ารถเมล์นับ 10 คน สุดทน โดนป้ามหาภัย แจ้งความเท็จใส่ร้าย ขึ้นรถเมล์ไม่จ่ายค่าตั๋ว อ้างจ่ายภาษีให้รัฐมา 50 ปี ควรได้สิทธิยกเว้นค่าโดยสาร ทั้งที่ผู้สูงอายุได้สิทธิลดหย่อน 50% ยืนกรานไม่จ่ายค่าโดยสาร เพราะทุกครั้งที่ใช้บริการ ก็เป็นการเดินทางไปติดต่อหน่วยงานราชการ

ผู้เสียหาย ส่งคลิปหลักฐานร้องเพจดังฯ เจอมนุษย์ป้าภัยสังคม ตีเนียนนั่งรถเมล์ฟรี  อ้างจ่ายภาษีไปแล้วไม่จำเป็นต้องเสียเงิน พอกระเป๋ารถเมล์เข้าไปเจรจา ก็ถูกใส่ร้ายแจ้งความเท็จ หาว่าไปทำร้ายร่างกายหญิงคนดังกล่าว จนถูกฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาล ไม่พอยังมีผู้เสียหายมากกว่า 30 คน ที่ถูกหญิงคนนี้หากินด้วยพฤติกรรมแจ้งความเท็จอีกหลายคน

กระเป๋ารถเมล์ร้อง ถูกป้ามหาภัยไม่จ่ายค่าโดยสาร แจ้งความเท็จ ใส่ร้าย วันนี้ (16 มิ.ย.69) ทีมข่าว 7HD ลงพื้นที่ไปพูดคุยกับ น.ส.มิ้งค์ อายุ 25 ปี พนักงานกระเป๋ารถเมล์ ผู้ที่ส่งคลิปหลักฐานร้องขอความช่วยเหลือจากเพจดังฯ เปิดเผยว่า หญิงสูงอายุคนนี้ มีพฤติกรรมที่เป็นภัยต่อสังคม หากใครทำให้ไม่พอใจ หรือไปมีปัญหาด้วย ก็จะถูกแจ้งความเท็จ ใส่ร้าย กล่าวหาว่ากระเป๋ารถเมล์ไปทำร้ายและรังแก ทั้งที่หลักฐานก็ชัดเจนว่าไม่มีใครไปทำร้ายอะไรป้าคนนี้เลย

น.ส.มิงค์ บอกว่า กระเป๋ารถเมล์ มักจะเจอหญิงคนนี้ขึ้นใช้บริการแทบทุกวัน โดยจะเลือกใช้บริการในเที่ยวสุดท้ายของวัน ขึ้นจากป้ายหน้า MBK  ไปลงย่านประชาอุทิศ 14 และทุกครั้งก็ถูกใช้มุขเดิม คืออ้างเรื่องภาษี บอกว่า จ่ายภาษีให้รัฐ มากว่า 50 ปี ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าโดยสาร ช่วงแรกกระเป๋ารถเมล์พยายามปล่อยผ่าน เพราะเห็นว่าเป็นผู้สูงอายุ แต่นานเข้าก็เจอมุขเดิมซ้ำ ๆ จึงขอที่จะเก็บค่าโดยสารให้เท่าเทียมกับผู้โดยสารคนอื่น ๆ แต่ป้าก็ปฏิเสธไม่จ่ายค่าโดยสาร พร้อมกับใช้ถ้อยคำหยาบคาย พูดจาดูถูกใส่ ซ้ำร้ายถูกแจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกาย โดยกล่าวหาว่า ใช้กระบอกเก็บเงินทำร้าย ทั้งที่หลักฐานจากวงจรปิดบนรถก็เห็นว่าไม่ได้ทำอะไร

กระเป๋ารถเมล์คนอื่น ๆ ก็ถูกแจ้งความเท็จในลักษณะเดียวกัน บางคนถูกฟ้องให้ชดใช้ค่าโทรศัพท์ ทั้งที่หญิงคนดังกล่าวทำโทรศัพท์หายเอง หรือบางคนถูกเรียกร้องให้จ่ายค่าเสียหายถึง 3 แสนบาท ทั้งที่ยังไม่ได้ไปทำอะไร ครั้งหนึ่งป้าลุกเปลี่ยนที่นั่งระหว่างรถกำลังวิ่ง ทำให้เสียหลักหกล้ม แต่ไปแจ้งความหาว่าถูกกระเป๋ารถเมล์ทำร้าย

“ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่พนักงานหลายคน รู้สึกอึดอัด และเกิดความเครียดสะสม จนแทบไม่อยากทำงาน ครอบครัวของป้าคนนี้ ก็ปฏิเสธที่ว่าไม่เกี่ยวข้อง และไม่รับผิดชอบใด ๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้น จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงาน ช่วยรับฟังปัญหานี้ เพื่อหาทางช่วยเหลือพนักงานในสังกัด

ด้าน น.ส.รุ้ง อายุ 32 ปี พนักงานกระเป๋ารถเมล์ ที่ถูกป้าฟ้องร้องจนต้องขึ้นศาล เล่าว่า เมื่อช่วงปี 2564 ป้าขึ้นรถเมล์สาย 82 จากป้ายตลาดบางประกอก ไปลงที่สนามหลวง ปฏิเสธไม่จ่ายเงินค่าโดยสาร ตนพยายามเดินหนีไปหน้ารถ ทว่าหญิงคนดังกล่าวกลับเดินตามมาและกระชากเสื้อเพื่อขอดูชื่อ พร้อมกับพูดว่าเดี๋ยวจะเอาชื่อไปฟ้องให้หมด เพียงวันเดียวก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรมาหาทันที บอกว่าถูกคู่กรณีแจ้งความในข้อหาทำร้ายร่างกาย ให้ไปไกล่เกลี่ยที่โรงพัก ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ต้องเสียเวลาไปขึ้นศาล และเสียสุขภาพจิตไปหลายวัน

ขณะที่ น้องเกรซ อายุ 22 ปี ตัวแทนผู้โดยสาร ให้ข้อมูลว่า พบเห็นป้าคนนี้เป็นประจำ เพราะต้องขึ้นรถเมล์สาย 21 เที่ยวสุดท้าย มักจะเจอป้า โวยวายหาเรื่องพนักงานบนรถ ครั้งหนึ่ง ป้ามีปัญหากับกระเป๋ารถเมล์ ไม่ยอมจ่ายค่าโดยสาร จนมีปากเสียง ต้องเรียกตำรวจมาช่วยเคลียร์ ทำให้ผู้โดยสารคนอื่น ๆ ต้องเสียเวลาเดินทางกลับบ้านหลายชั่วโมง

ต่อมา ทีมข่าวลงพื้นที่ภายในซอยประชาอุทิศ 14 พบหญิงอายุ 72 ปี ที่ปรากฏในคลิป อาศัยเพียงลำพังในตึกแถวบริเวณปากซอย เจ้าตัวออกมาชี้แจงว่า ที่ผ่านมาไม่ได้จ่ายค่าโดยสารจริง เพราะถือว่าได้เสียภาษีให้รัฐมากว่า 50 ปีแล้ว ดังนั้นจึงควรได้รับสิทธิยกเว้นค่าโดยสาร และทุกครั้งที่ใช้บริการ ก็เป็นการเดินทางไปติดต่อหน่วยงานราชการทั้งนั้น

ส่วนกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าไปแจ้งความเท็จใส่ร้ายกระเป๋ารถเมล์ เธอยืนยันว่าถูกทำร้ายร่างกายก่อนจริง และมีหลักฐานยืนยัน จึงต้องไปแจ้งความลงบันทึกประจำไว้เป็นหลักฐาน เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายตามกฏหมาย

ป้าท่านนี้ บอกด้วยว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอถูกองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) คอยกลั่นแกล้ง หลังเคยประสบอุบัติเหตุล้มบนรถโดยสารจนได้รับบาดเจ็บ แต่กลับไม่ได้รับการเยียวยา ทำให้ต้องฟ้องร้องหน่วยงานดังกล่าวมาแล้วกว่า 5 ครั้ง เพื่อร้องขอค่าเยียวยาและค่าทำขวัญ

อย่างไรก็ตาม ป้าท่านนี้ ยืนยันว่าจะยังใช้บริการรถโดยสารประจำทางต่อไปตามปกติ และจะไม่จ่ายค่าโดยสาร เพราะเป็นสิทธิที่ควรได้รับจากการจ่ายภาษีให้รัฐ มากว่า 50 ปี

สำหรับสิทธิลดหย่อนค่าโดยสารของผู้สูงอายุ เมื่อขึ้นรถเมล์ ขสมก. (รถร้อน และรถแอร์) จะได้รับสิทธิลดหย่อน 50% ของราคาตั๋วปกติ โดยต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนต่อพนักงานเก็บค่าโดยสารทุกครั้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง