ข่าวเย็นประเด็นร้อน - คดีฆาตกรรมพ่อค้าขายกัญชา แล้วนำเอาศพไปอำพรางใส่กล่องพลาสติก ในห้องเพาะปลูกกัญชา ปมก่อเหตุเคลียร์แล้วว่าเพราะอะไร แต่ที่คาดไม่ถึงคือการเตรียมการของคนใช้มีดแทง ที่บอกว่า ศึกษาพิธีสะกดวิญญาณมาด้วย
นี่เป็นคำอธิบายของ "นายศุภกร" หรือ "เฉิน" คนที่ใช้อาวุธมีดแทง นายชัยสิทธิ์ อายุ 34 ปี พ่อค้ากัญชา ว่าทำไมถึงต้องทำร้ายอีกฝ่าย ก่อนเรียกให้พรรคพวกที่ไปด้วยกัน ช่วยกันนำศพไปอำพรางใส่กล่องพลาสติก ฝังดินตรงที่เพาะปลูกต้นกัญชา บริเวณชั้น 2 ของบ้านพัก ย่านดอนเมือง เหตุการณ์ต่อเนื่องตั้งแต่ช่วง 22.00 น. วันที่ 14 มิถุนายน ก่อนจะมีผู้ไปพบศพเช้ามืดเมื่อวาน
สรุปชนวนเหตุที่เรานำเสนอข่าวไปเมื่อวาน คือ พยาน และผู้ต้องหาพูดตรงกัน ว่าต้องการไปเคลียร์เรื่อง "นาฬิกา รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น" ของผู้เสียชีวิตที่หายไป แล้วเกิดมีปากเสียง จนสุดท้ายนำไปสู่การทำร้ายร่างกาย และลงมือฆ่า
แต่ที่ทำเอาทีมข่าวประหลาดใจ คือคำให้การของ "นายเฉิน" ที่นอกจากจะพยายามรับว่า ตัวเองเป็นคนก่อเหตุใช้ความรุนแรงแต่เพียงผู้เดียว ยังบอกด้วยว่า ได้เตรียมการฆ่าอีกฝ่ายมาตั้งแต่แรก ถึงขั้นไปศึกษาวิธีสะกดวิญญาณ พกเครื่องรางของขลัง และหลังลงมือกลับไปถึงบ้านแล้ว ก็ยังทำตามพิธีจนเชื่อว่า ไม่มีวิญญาณของผู้เสียชีวิตตามมารังควาญ
ถามเรื่องนี้กับแม่ของ นายชัยสิทธิ์ ที่ไปรับศพลูกชายที่แผนกนิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เพื่อนำไปประกอบพิธีตามศาสนาที่วัดมหิสสราราม อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นบ้านเกิด ก็บอกว่า ตอนนี้ไม่ติดใจเรื่องคดีแล้ว เพราะตำรวจจับกุมคนร้ายได้ครบทั้งหมด ส่วนเรื่องพิธีสะกดวิญญาณที่ว่า ตัวเองไม่รู้เรื่อง แต่ก็มีพระเข้าไปทำพิธีในบ้านที่เกิดเหตุเรียบร้อยแล้ว
และเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ได้พาตัว "นายเฉิน" ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ตามที่เจ้าตัวอ้างว่าลงมือก่อเหตุเพียงคนเดียว และซ่อนเร้นอำพรางศพเพียงแค่คนเดียว ส่วน นายกฤตธนัท และนายชยพล ขอใช้สิทธิ์ปฏิเสธทำแผนฯ ซึ่งพรุ่งนี้ตำรวจก็จะคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ไปขออำนาจศาลอาญาฝากขัง พร้อมยื่นคัดค้านการประกันตัว ส่วนข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ จะไปแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมภายหลัง