“โดนัลด์ ทรัมป์” ขู่เก็บภาษีนำเข้า “ไวน์” และ “แชมเปญ” จากฝรั่งเศส ในอัตรา 100% หากฝรั่งเศสไม่ยกเลิกเก็บภาษีบริการดิจิทัล 3% จากบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ก่อนการประชุมสุดยอดของกลุ่มประเทศ G7
วันนี้ (16 มิ.ย. 69) หนังสือพิมพ์นิวยอร์กโพสต์ (New York Post) รายงานว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมสุดยอดของกลุ่มประเทศ G7 ว่า ตนได้ขอให้ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ยกเลิกภาษีบริการดิจิทัลอัตราร้อยละ 3 ที่เรียกเก็บจากบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ พร้อมบอกว่า สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าไวน์และแชมเปญทั้งหมดจากฝรั่งเศสในอัตราร้อยละ 100 หากฝรั่งเศสยังคงบังคับใช้ภาษีบริการดิจิทัลดังกล่าว
โดยท่าทีดังกล่าวของ “โดนัลด์ ทรัมป์” จุดกระแสความกังวลว่าอาจเกิดข้อพิพาททางการค้ารอบใหม่ โดยนับตั้งแต่ปี 2562 ฝรั่งเศสได้บังคับใช้ภาษีบริการดิจิทัลอัตราร้อยละ 3 กับรายได้ที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ อาทิ กูเกิล (Google) แอปเปิล (Apple) เฟซบุ๊ก (Facebook) แอมะซอน (Amazon) และไมโครซอฟต์ (Microsoft) ได้มาจากการดำเนินธุรกิจในฝรั่งเศส
ทาง ยูโรสแตต (Eurostat) หน่วยงานสถิติของสหภาพยุโรป ระบุว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญของสหภาพยุโรปไปยังสหรัฐฯ โดยมีมูลค่าประมาณ 9,000 ล้านยูโร (ประมาณ 3.4 แสนล้านบาท) ในปี 2567
ด้านประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส เผยกับสื่อฝรั่งเศสว่า ฝรั่งเศสจะไม่ยอมอ่อนข้อเพียงเพราะคำขู่ โดยชี้ว่ายุโรปและสหรัฐฯ เพิ่งบรรลุข้อตกลงด้านภาษีร่วมกัน และสิ่งที่ต้องการในตอนนี้คือเสถียรภาพทางการค้า
ทั้งนี้ ปัจจุบัน ไวน์และสุราที่ส่งออกจากฝรั่งเศสไปยังสหรัฐฯ เผชิญกับภาษีนำเข้า 15% โดยเจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสได้พยายามผลักดันให้ลดภาษีลงเหลือ 0% นับตั้งแต่ “โดนัลด์ ทรัมป์” และ “เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ ลาเยน” ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป บรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ที่สกอตแลนด์เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา