เช้านี้ที่หมอชิต - ผ่านมาแล้ว 16 วัน “โครงการไทยช่วยไทย พลัส” 60/40 ร้านค้าตามต่างจังหวัด เริ่มเงียบเหงา คาดต้นเดือนหน้าจะกลับมาคึกคักขึ้น ส่วนการใช้สิทธิผ่านฟู้ดเดลิเวอรี วันที่ 2 ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก
บรรยากาศถนนคนเดินเทศบาลเมืองชัยภูมิ แหล่งจับจ่ายใช้สอยยามเย็น ลูกค้าบางตา การค้าขายต่างจากช่วงต้นเดือนมิถุนายน ที่เริ่มให้ใช้สิทธิ โครงการช่วยไทย พลัส 60/40 ผ่านแอปฯ เป๋าตัง รัฐสนับสนุนเงินเดือนละ 1,000 บาท เหตุผลที่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากบางคนใช้สิทธิหมดไปแล้ว บางคนเหลือเงินไม่มาก ก็เลือกซื้อของที่จำเป็น
ส่วนร้านค้า ร้านอาหาร ลดจำนวนสินค้าที่นำมาวางขาย พ่อค้า-แม่ค้า บอกเป็นเสียงเดียวกันผ่านมา 16 วัน ยอดขายเริ่มน้อยลง ส่วนตัวมองว่าเงินสนับสนุน 1,000 บาทน้อยไป แต่โดยรวมย้ำว่าเป็นโครงการที่ดีช่วยกระตุ้นการจับจ่าย
ด้านผู้ประกอบการขนาดเล็ก ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ขายอาหาร กาแฟ และเครื่องดื่ม แม้ไม่ร่วมโครงการ แต่ลูกค้ายังเข้ามาใช้บริการไม่ขาดสาย นายวรวุธ จิวานุพันธ์ ผู้จัดการร้านบ้านก๋ง ยืนยัน ไม่ได้รับผลกระทบจากโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เพราะทางร้านทำการตลาด วางกลุ่มลูกค้าเอาไว้อย่างชัดเจน กลุ่มลูกค้าต่างกัน
แต่จากประสบการณ์ส่วนตัวในการเดินทางตลาด พบว่าช่วงที่มีโครงการไทยช่วยไทย พลัส การจับจ่ายใช้สอยคึกคักมากขึ้น จึงรู้สึกดีใจกับผู้ค้ารายย่อย
ส่วนบรรยากาศการใช้สิทธิโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรี วันที่ 2 ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง ลูกค้าสามารถใช้สิทธิได้ในเวลา 06.00 - 21.00 น. บรรยากาศร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาคึกคัก ไรเดอร์มีออเดอร์เพิ่มขึ้น
นายเบญจมินทร์ ทรัพย์โคกสูง อายุ 29 ปี ไรเดอร์ส่งอาหาร ประกอบอาชีพมานานกว่า 5 ปี มองว่าเป็นโครงการที่ได้ช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชน กระตุ้นการขายให้พ่อค้า-แม่ค้า และยังช่วยทำให้ไรเดอร์มีงาน คาดว่าช่วงต้นเดือนยอดการสั่งซื้อจะคึกคักมากกว่านี้