ญาติวินรถ จยย.รับจ้าง ยอมให้ ส.ต.อ. ขอขมา

View icon 12
วันที่ 17 มิ.ย. 2569 | 07.15 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - ปม ตชด.ยิงวินจักรยานยนต์รับจ้าง ย่านห้วยขวาง เสียชีวิต 2 คน สังคมเสียงแตกเป็น 2 ฝ่าย พี่สาวของภรรยาผู้เสียชีวิต วอนสังคมหยุดตำหนิฝั่งผู้สูญเสียโดยที่ไม่ทราบต้นสายปลายเหตุ ส่วนผู้ก่อเหตุจะมาขอขมาศพ มองว่า เป็นเรื่องที่ดี

แม้จะมีความเห็นไม่ตรงกัน ระหว่างฝ่ายที่เห็นว่า "สิบตำรวจเอก นำทัพ" อ้างว่าทำไปเพราะป้องกันตัว แต่ฝ่ายสูญเสียมองว่าเกินกว่าเหตุ เรื่องคดีเดินหน้าไปมาก "สิบตำรวจเอก นำทัพ" ก็ถูกแจ้งข้อหาหนักไปถึง 3 ข้อหา ได้รับการประกันตัวไปแล้ว

ในมุมมองของพี่สาวของภรรยานายชรินทร์ เห็นว่าผู้ก่อเหตุ ได้รับโทษตามสมควร หากจะมาขอขมาศพ ด้านเธอไม่ติดขัดเพราะเป็นการแสดงความสำนึกผิดให้เห็น จะผิดถูกก็ว่ากันไปตามกฎหมาย

พี่สาวยอมรับว่า กังวลที่กระแสสังคมโจมตีตำหนิน้องสาว ทั้งที่ไม่ทราบต้นสายปลายเหตุ และที่สำคัญไม่ควรไปขุดคุ้ยประวัติส่วนตัวของคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์มาโจมตี เพราะเท่าที่เผชิญอยู่ก็บอบช้ำมากพอแล้ว

ในรายการมีเรื่องต้องคุย หยิบประเด็นความคลางแคลงใจของสังคมมาพิจารณา จากมุมมองของนักกฎหมาย อดีตตำรวจ และผู้ให้การช่วยเหลือสังคม ที่เห็นภาพเหตุการณ์ ให้ความเห็นตรงกันเรื่องการใช้ความรุนแรงไม่สมควรจะเกิด ส่วนทางกฎหมาย ทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องหาหลักฐานมาต่อสู้กัน และให้ศาลฯ เป็นผู้ตัดสิน ที่ผ่านมาไม่ได้เป็นผลดีกับใครทั้งสิ้น

นายวิเชียร ชุบไธสง ทนายความอาวุโส อดีตนายกสภาพทนายความ ให้ความเห็นว่า การจะพิสูจน์ว่าการกระทำของผู้ต้องหา เกินกว่าเหตุหรือไม่ ต้องดูข้อเท็จจริงไปทีละเหตุการณ์ เช่นว่า เหตุการณ์ทะเลาะกันครั้งแรกสุด จบลงแล้วหรือไม่

หลังมีปากเสียงกัน ผู้ที่ถูกยิงทั้ง 2 คน ได้วิ่งตามไปทำร้ายผู้ก่อเหตุหรือเปล่า เพื่อนำข้อเท็จจริงมาแสดงให้ศาลฯ เห็นว่า คดีนี้เป็นการป้องกันตัวหรือไม่ จากนั้นถึงจะพิจารณาเรื่องการกระทำสมควรแก่เหตุ หรือเกินกว่าเหตุต่อไป

เรื่องการพิสูจน์ข้อเท็จจริง ต้องเป็นหน้าที่ของตำรวจในการรวบรวมพยานหลักฐาน มีอัยการเป็นผู้คัดกรอง เสนอศาลฯ พิเคราะห์ และพิพากษา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง