รัฐบาลมั่นใจ !  แผนน้ำรับเอลนีโญ ดูแลประชาชนเป็นลำดับแรก

รัฐบาลมั่นใจ ! แผนน้ำรับเอลนีโญ ดูแลประชาชนเป็นลำดับแรก

View icon 31
วันที่ 17 มิ.ย. 2569 | 09.35 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
รัฐบาลมั่นใจ !  แผนน้ำรับเอลนีโญ ดูแลประชาชนเป็นลำดับแรก พร้อมวางแผนให้ภาคเกษตร อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจสำคัญอย่างเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เดินต่อได้ ไม่ให้เกิดการแย่งใช้น้ำ

วันนี้ (17 มิ.ย.69) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือสภาวะเอลนีโญอย่างเป็นระบบ หลังมีการคาดการณ์ว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวจะทำให้ปริมาณฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย และส่งผลต่อปริมาณน้ำต้นทุนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอย่างเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกหน่วยงานบริหารจัดการน้ำเชิงรุก ใช้ข้อมูลคาดการณ์ล่วงหน้า วางแผนจัดสรรน้ำให้เพียงพอ และไม่รอให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำแล้วจึงแก้ไข

ทั้งนี้  EEC เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ของประเทศ ครอบคลุมฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง มีทั้งประชาชน ภาคเกษตร อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และระบบนิเวศที่ต้องใช้น้ำร่วมกัน รัฐบาลจึงให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแผนบริหารน้ำเฉพาะพื้นที่อย่างรอบคอบ

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางในพื้นที่ EEC รวม 16 แห่ง มีปริมาณน้ำต้นทุน 534 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 44% ของความจุรวม 1,462 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่ช่วงฤดูฝนปี 2569 ได้วางแผนจัดสรรน้ำตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.-31 ต.ค. รวม 1,058 ล้านลูกบาศก์เมตร แบ่งเป็นภาคเกษตร 526 ล้านลูกบาศก์เมตร ภาคอุตสาหกรรม 217 ล้านลูกบาศก์เมตร ภาคอุปโภคบริโภคและท่องเที่ยว 169 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมถึงน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศและการสูญเสียจากระบบ

“นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า การบริหารน้ำต้องดูแลประชาชนเป็นลำดับแรก ขณะเดียวกันต้องวางแผนให้ภาคเกษตร อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจสำคัญเดินต่อได้ โดยไม่ให้เกิดการแย่งใช้น้ำหรือกระทบคุณภาพชีวิตของประชาชน” น.ส.รัชดา กล่าว

น.ส.รัชดา กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้หน่วยงานใชัข้อมูลคาดการณ์ฝนล่วงหน้า 6 เดือนของกรมอุตุนิยมวิทยา ประเมินปริมาณน้ำไหลเข้าอ่าง พร้อมเตรียมใช้โครงข่ายน้ำภาคตะวันออกในการสูบผันน้ำ เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำในปี 2570 ที่คาดว่าพื้นที่ EEC จะต้องใช้น้ำประมาณ 2,888 ล้านลูกบาศก์เมตร

นอกจากนี้ ยังเร่งขับเคลื่อนโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ EEC รวม 39 โครงการ เมื่อแล้วเสร็จจะเพิ่มน้ำต้นทุนได้ 909 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยมีโครงการได้รับจัดสรรงบประมาณแล้ว 23 โครงการ ดำเนินการเสร็จแล้ว 19 โครงการ เพิ่มน้ำต้นทุนได้ 258 ล้านลูกบาศก์เมตร และอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 4 โครงการ ซึ่งจะเพิ่มน้ำได้อีก 109 ล้านลูกบาศก์เมตร

พร้อมกันนี้ รัฐบาลขอความร่วมมือทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ภาคอุตสาหกรรมควรเร่งปรับสู่โรงงานอัจฉริยะเพื่อลดการใช้น้ำ ส่วนภาคเกษตรควรดำเนินการตามแผนเพาะปลูกและแผนจัดสรรน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงต่อผลผลิตและรายได้ของเกษตรกร

รัฐบาลจะติดตามสถานการณ์เอลนีโญอย่างใกล้ชิด และปรับแผนบริหารน้ำให้สอดคล้องกับข้อมูลจริง เพื่อให้ประชาชนมีน้ำกินน้ำใช้เพียงพอ เกษตรกรลดความเสียหาย และพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศเดินหน้าได้อย่างมั่นคง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง