ห้องข่าวภาคเที่ยง - ข่าวกัมพูชานำรถถังที่ได้รับจากประเทศจีน อีกเกือบ 100 คัน เคลื่อนมาประจำตามแนวชายแดน ก็ทำให้ชาวบ้านชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ ต้องเร่งตรวจสอบความพร้อมของหลุมหลบภัย ชาวบ้านบางคนก็รู้กลัว แต่ส่วนใหญ่เริ่มคุ้นชินกับสถานการณ์ ก็ยังไม่ได้แตกตื่นกับข่าวมากนัก
คุณยาย บุปผา สีดา อายุ 73 ปี ชาวบ้าน บ้านภูมิชรอล ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นหมู่บ้านชายแดนสุดท้าย ก่อนขึ้นเขาพระวิหาร / ผามออีแดง / ช่องตามาเรีย และภูมะเขือ และเป็นพื้นที่ที่ทั้งไทย และกัมพูชา วางกำลังทหารประชิดแนวชายแดน
คุณยายเดินสำรวจความพร้อมของหลุมหลบภัย 2 หลุม ที่อยู่ใกล้กับบ้านพัก ซึ่งพบว่ายังอยู่ในสภาพแข็งแรง ยังใช้ได้ดีไม่ต้องเสริมความแข็งแรงใด ๆ
แต่พอผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่าทหารกัมพูชา นำรถถังเคลื่อนมาประชิดชายแดนแล้ว รู้สึกกลัวไหม คุณยายบอกว่า กลัว / นอนไม่หลับ แต่ยังเชื่อว่าคงจะไม่มีการสู้รบกันในช่วงหน้าฝนนี้
ส่วนนายเพ็ญศรี โพธิ์ อายุ 68 ปี อดีตทหารปืนใหญ่ ก็ให้ความเห็นแบบแบ่งรับ แบ่งสู้ เรื่องที่จะมีการปะทะกันรอบที่ 3 แต่มีความเชื่อส่วนตัวว่า แม้กัมพูชาจะได้รถถังมาใหม่ เขาคงไม่กล้าเปิดศึกปะทะกับทหารไทย ส่วนที่สมเด็จฮุนเซ็น บอกกับชาวบ้านกัมพูชา ว่าจะต้องเอาที่ดินที่เสียไป ((เมื่อคราวปะทะรอบ 2)) กลับคืนให้ได้ ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็คงต้องแลกด้วยกำลัง
ส่วนชาวบ้านในหมู่บ้าน ตอนนี้ก็ยังคงทำมาหากินกันตามปกติ อาจเป็นเพราะคุ้นชินกับข่าวบ่อยแล้ว ก็เลยไม่ได้แตกตื่นตกใจอะไรมากนัก