เช้านี้ที่หมอชิต - นายชัชชาติ ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่หาเสียงเขตดุสิต เล็งชู "ดุสิตโมเดล" ต้นแบบการเชื่อมโยงข้อมูลการรักษา-การจ่ายยา ระหว่างโรงพยาบาล ศูนย์บริการสาธารณสุข คลินิกอุ่นใจ ร้านขายยา แก้ปัญหาทางการสาธารณสุข
วันนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่หาเสียงเขตดุสิต เล็งนำนโยบาย "ดุสิตโมเดล" ขึ้นเป็นต้นแบบการเชื่อมโยงข้อมูลการรักษา-การจ่ายยา ระหว่างโรงพยาบาล ศูนย์บริการสาธารณสุข คลินิกอุ่นใจ ร้านขายยาในพื้นที่ เพื่อให้คนกรุงเทพฯ มีโอกาสได้รับบริการผ่านระบบ Telemedicine หรือ เข้ารับการรักษาที่หน่วยบริการใกล้บ้าน เพื่อลดปัญหาความแออัด ภายในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ โดยคนในพื้นไม่ต้องเสียเวลาต่อคิว และเดินทางไกล
โมเดลนี้ เน้นเป้าหมาย "รักษาใกล้บ้าน ส่งต่อเมื่อจำเป็น และแชร์ข้อมูลกันได้" ถือว่าเป็นโมเดลที่ควรขยายต่อเป็นวงกว้าง เพราะกรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีประชาชนจำนวนมาก หากสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง จะเป็นการยกระดับระบบสาธารณสุขของชาวกรุงเทพ
ขณะที่ ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ลุยหาเสียงโค้งสุดท้ายหลายพื้นที่ ไปทั้งตลาดรวมยาง ย่านเทเวศน์, ตลาดอารีย์, ตลาดข้างกระทรวงการคลัง พ่อค้าแม่ค้าประชาชนแห่ขอถ่ายรูปจำนวนมาก
ซึ่งประชาชนสะท้อนตรงกันว่า กรุงเทพฯ จำเป็นต้องเร่งปรับตัวสู่เมืองสมัยใหม่ โดยจะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้แก้ไขปัญหาต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม ลดขั้นตอนการทำงานที่ล่าช้า และทำให้การบริการประชาชนมีความรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้
นโยบายที่ประชาชนสนใจเป็นพิเศษ คือ "กรุงเทพสว่าง ใช้ชีวิตได้ 24 ชั่วโมง" เพื่อให้คนทุกเพศ ทุกวัย ได้ใช้ชีวิต เดินทาง ทำงานอย่างปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง
ส่วนที่ตลาดนางเลิ้ง นายอนุชา บูรพชัยศรี ในนามพรรคประชาธิปัตย์ อ้อนขอคะแนนเสียงจากพ่อค้าแม่ค้าประชาชน แลกเปลี่ยนมุมมองกับประชาชนถึงสถานการณ์เศรษฐกิจในพื้นที่ ชูแนวคิดการพัฒนาตลาดนางเลิ้งและย่านใกล้เคียง เช่น โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมธานี ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง พร้อมโชว์กึ๋นใช้แอปพลิเคชัน รวม "ของดีเขตชั้นใน"
ยืนยันหากได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. จะปราบปรามการทุจริต เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นให้คนกรุงเทพฯ วันที่ 19 มิถุนายนนี้ จะขึ้นเวทีเสนอนโยบายที่ย่านสีลม และจะมีการปราศรัยใหญ่ก่อนเลือกตั้ง 28 มิถุนายนนี้
ส่วน ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร พรรคประชาชน รอบนี้ไม่ได้มาคนเดียว ควงแขน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงมาด้วย รอบนี้ไปที่แฟลตทหารเรือ ย่านสุขสวัสดิ์ รับฟังเสียงสะท้อนประชาชน ปมส่วยลอกท่อ ลั่นชัดหมดเวลาปิดตาข้างเดียว ปัญหาคอร์รัปขันต้องไม่เป็นภาระที่คนกรุงเทพฯ จำยอมจ่ายอีกต่อไป ยืนยันจะทำงานอย่างเต็มที่ ทำทุกวันให้ดีที่สุด หวังว่าพี่น้องประชาชนจะเห็นความตั้งใจ
ปิดท้ายที่ หม่อมกร หรือ ดร.ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ผู้สมัคร หมายเลข 1 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนบริเวณปากคลองบางกอกน้อย ทั้งชุมชนสันติชนสงเคราะห์ ชุมชนบ้านบุและชุมชนหัวรถจักร เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่ พร้อมแถลงแผนยุทธศาสตร์การจัดการน้ำ และพัฒนาเขตเมืองเก่าแบบบูรณาการ โดยแบ่งมาตรการออกเป็นนโยบายเร่งด่วนทำทันทีใน 1 ปี และโครงการยุทธศาสตร์เชิงโครงสร้างในระยะยาว
พร้อมกับเปิดเผยว่า ปากคลองบางกอกน้อย เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ แต่ปัจจุบันชาวบ้านกลับต้องเผชิญวิกฤตจากเขื่อนกั้นน้ำริมคลองที่ชำรุด และออกแบบผิดพลาด เมื่อน้ำทะเลหนุนน้ำเข้าท่วมบ้านเรือน รวมถึงปัญหาขยะตกค้างในซอยแคบ มีความเสี่ยงอัคคีภัย