ประเด็นเด็ด 7 สี - คนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์ และชิงทรัพย์ ในพื้นที่รวม 4 จังหวัด ทั้งรถจักรยานยนต์ ปั๊มน้ำ รถยนต์ และยังพยายามจะทุบตู้ ATM ด้วย แต่ไม่สำเร็จ คดีนี้ตำรวจตามจับกุมตัวได้ แต่ก็เหนื่อยไปตาม ๆ กัน ไปไล่เรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคดีนี้กันในช่วง "เจาะเกาะติด"
ภาพกล้องหน้ารถตำรวจทางหลวง และกล้องติดตัวตำรวจ บันทึกเหตุการณ์ขณะที่ นายอนุสิทธิ์ หรือ ปื้ด ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์และชิงทรัพย์ ขับรถหลบหนีการติดตามจับกุมของตำรวจภูธรภาค 7 ตำรวจท้องที่ และตำรวจทางหลวง จนสุดท้ายรถกระบะของ นายปื้ด ขับไปติดเกาะกลางถนน ในอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม จึงต้องสละรถวิ่งหนี เข้าไปในซอย ซ่อนตัวในร่องน้ำสวนผลไม้ ก่อนถูกจับกุมตัวได้อย่างที่เห็น
ย้อนกลับไปดูพฤติการณ์ก่อเหตุของ นายปื้ด พบว่า 14 มิถุนายน ได้ขโมยรถจักรยานยนตจากพื้นที่ จ.สระแก้ว ก่อนจะไปขโมยรถจักรยานยนต์คันที่ 2 ในอำเภอศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ใช้เป็นยานพาหนะ ขี่ไปขโมยปั๊มน้ำ เอาไปขายร้านรับซื้อของเก่า แล้วขโมยรถกระบะที่จอดอยู่หน้าร้านขับหลบหนีไป
ต่อมา คืนวันที่ 16 มิถุนายน ปรากฏภาพ นายปื้ด ขับรถไปจอดหลังธนาคารแห่งหนึ่ง สาขาบ้านอำเภอ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี นำเอาก้อนหินขนาดใหญ่ลงมาจากรถ เดินไปหมุนผ้าใบบังแดดของธนาคาร ก่อนใช้ก้อนหินทุบตู้ ATM กว่า 10 ครั้ง แต่สุดท้าย มีคนสังเกตเห็นขณะกำลังก่อเหตุ ด้วยความกลัวจึงรีบกลับไปที่รถ แล้วขับย้อนศรหลบหนีไป
นายปื้ด ขับรถหลบหนีไปตามบนถนนมอเตอร์เวย์สาย 7 แล้วจอดทิ้งไว้ ก่อนเอารถจักรยานยนต์ที่อยู่ท้ายรถ มาขี่หลบหนีต่อ แล้วไปขโมยรถกระบะอีกคัน ที่ประสบอุบัติเหตุ จอดอยู่ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขับหลบหนีเข้ามาในกรุงเทพฯ ก่อนจะขับหนีไปทางจังหวัดนครปฐม และถูกจับกุมได้ในที่สุด
จากการซักถามข้อมูลเบื้องต้น นายปื้ด อ้างว่า ตั้งใจจะขับรถกลับบ้านที่อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากไปคนละเส้นทาง และจากการสังเกต คาดว่า นายปื้ด อาจเสพยาเสพติดก่อนมาก่อเหตุ ตรวจสอบประวัติ พบเคยถูกดำเนินคดีฐานเสพยาเสพติด ตอนนี้ นายปื้ด ถูกส่งตัวไป สภ.สุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีตามที่ถูกออกหมายจับ ฐานลักทรัพย์ในสนามบิน จากนั้นพนักงานสอบสวน จะประสานไปตามโรงพักต่าง ๆ ที่ผู้ต้องหาเคยก่อเหตุ เพื่ออายัดตัวไปดำเนินคดีต่อไป