เช้านี้ที่หมอชิต - ในวงประชุมร่วมกันระหว่าง "คณะกรรมาธิการการกฎหมาย" และ "คณะกรรมาธิการติดตามงบฯ" ได้เชิญหน่วยงานต่าง ๆ เข้าชี้แจงเกี่ยวกับโครงการ "TH-AI Passport"
2 กมธ.ถกเดือด TH-AI Passport
บรรยากาศต้องบอกว่าวุ่น ! เพราะ สส.พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นกรรมาธิการฯ ได้รุมประท้วง โดยให้เหตุผลว่า การที่ 2 กรรมาธิการ มาประชุมร่วมกันอาจผิดข้อบังคับ จนถึงขั้นมีการปิดไมโครโฟน และวอล์กเอาท์ออกจากห้องประชุม
เรียกว่าวุ่น ! ตั้งแต่เปิดการประชุมร่วมของคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณที่มีนางสาวรักชนก ศรีนอก เป็นประธาน และคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ที่มีนายรังสิมันต์ โรม เป็นประธาน
เมื่อนายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการฯ ตั้งข้อสงสัยว่า การประชุมร่วมของกรรมาธิการ 2 คณะครั้งนี้ เป็นไปตามข้อบังคับหรือไม่ นายรังสิมันต์ จึงชี้แจงว่า เรื่องนี้อยู่ในกรอบอำนาจหน้าที่ที่สามารถทำได้
ขณะที่นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการ ทักท้วงว่า โครงการ "TH-AI Passport" ไม่ใช่หน้าที่ของคณะกรรมาธิการ การกฎหมายฯ ยืนยันว่า ไม่ได้คัดค้าน แต่ถือเรื่องหลักการและระเบียบข้อบังคับ ไม่ได้ขัดขวางการพิจารณา
โดยนายศุภชัย ทักท้วงประธานในที่ประชุมอย่างต่อเนื่อง จนนายรังสิมันต์ ต้องกดปิดไมค์ถึง 2 ครั้ง แต่นายศุภชัยไม่ยอมหยุด
จนสุดท้ายทำให้นายศุภชัย และกรรมาธิการบางส่วน เดินออกจากห้องประชุม และให้เหตุผลว่าการพิจารณาในวันนี้ยังไม่มีความชัดเจน จึงควรให้ประธานสภาฯ เป็นผู้ชี้ขาดว่า กรรมาธิการชุดใดมีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ
ศุภชัย ซัด โรม-ไอซ์ เล่นเป็นเด็ก
หลังจากที่นายศุภชัยฯ เดินออกจากห้องประชุมได้ให้สัมภาษณ์สื่อฯ อย่างดุดัน ยืนยันว่าขอไม่ร่วมสังฆกรรมในการประชุมร่วมกันระหว่าง 2 คณะกรรมาธิการครั้งนี้ เตือนว่าอย่าใช้คณะกรรมาธิการเป็นเครื่องมือ และอย่าใช้วิธีการเล่นแบบเด็ก ๆ พร้อมกับเหน็บว่า ประธานคณะกรรมาธิการไม่ใช่ประธานบริษัท ไม่มีอำนาจตรวจสอบ
ช่วงที่ นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งถูกเชิญให้เข้าร่วมประชุม ได้สอบถามนางสาวรักชนกว่า ที่โพสต์ในเฟซบุ๊กว่า "จุ้น คือไร" และ "เผลอเตะชามข้าวหมา ?" หมายความว่าอย่างไร หมายถึงตนเองหรือไม่ เพราะเชิญตนเองเข้าร่วมประชุมด้วย
นางสาวรักชนก จึงตอบว่า คำว่าจุ้นเป็นพาดหัวข่าวที่ตนเองแชร์มา ต้องไปทำหนังสือถามสำนักข่าว
หลังจากนั้นนางสาวรักชนก ได้ให้ปลัดกระทรวงดีอีชี้แจงเกี่ยวกับโครงการ แต่ปรากฏว่านายสนธิญา แย้งว่า หากให้ไปถามสำนักข่าว ตนเองขอไม่เข้าร่วมการประชุม
หลังจากนั้นที่ประชุมฯ ยังถกเถียงเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่ ใช้เวลานานกว่า 30 นาที จึงเข้าสู่วาระของการประชุมฯ
โดยนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ชี้แจงโครงการ TH-AI Passport ยืนยันว่า กระบวนการจัดทำโครงการผ่านขั้นตอนการเตรียมการมานาน จนลงนามในสัญญาจ้างได้เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2569
กระบวนการทำงานทั้งหมดใช้เวลารวมกันเกือบ 1 ปีเต็ม ไม่ใช่การเร่งรัดดำเนินการภายใน 31 วันตามที่มีกระแสข่าว ย้ำว่าไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้เอกชน และไม่มีการฮั้วประมูล
ในเวลาต่อมาหลังจากนายศุภชัย ออกจากห้องประชุมไปได้ 30 นาทีก็กลับเข้าห้องประชุมอีกครั้ง
คราวนี้นายศุภชัย ทักท้วงขณะที่นางสาวรักชนก เล่าย้อนไทม์ไลน์ TH-AI Passport แย้งว่าวันนี้เป็นการเชิญหน่วยงานมาชี้แจง แต่ไม่ควรทำเหมือนกำลังแถลงข่าวให้สื่อมวลชนฟัง
นายรังสิมันต์ จึงขอให้อดทนฟังนางสาวรักชนกชี้แจงให้จบ เพื่อให้บรรยากาศได้เดินหน้าต่อ แต่หลังจากที่ประชุมเดินหน้าไปสักระยะ นายศุภชัยได้ประท้วงอีกรอบ
การประท้วงครั้งนี้เป็นเพราะนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน เข้ามาร่วมประชุม
โดยระบุว่า การประชุมวันนี้เป็นการ Setup ขึ้นมาของพรรคประชาชน ถ้าเป็นเช่นนั้นไม่ขอร่วมสังฆกรรม จากนั้นนายศุภชัยจึงเดินออกจากห้องประชุมเป็นรอบที่ 2
หลังจากนั้นนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.จังหวัดอุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ได้ยกมือขอออกจากห้องประชุม เพราะจำเป็นต้องไปหาหมอ
ก่อนจะพูดในที่ประชุมว่า ถ้าโครงการนี้มีเงื่อนงำจริง และมีการทุจริตจริง ไม่ต้องเรียกมาประชุม ไม่ต้องตั้งคำถาม ให้รวบรวมไปยื่น ป.ป.ช.
ก่อนออกจากห้องประชุมนายชาดาฯ ได้เดินมาหานางสาวรักชนก เพื่อขอออกไปจากห้องประชุม
โดยนางสาวรักชนก พูดกับนายชาดาว่า วันนี้คนของพรรคภูมิใจไทย ขัดขวางการประชุม ทำให้ไม่ราบรื่น ฝากเอาเรื่องนี้ไปบอกนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ด้วย
หลังจากนั้นการประชุมก็ดำเนินต่อไป มีการซักถามหน่วยงานต่าง ๆ เกี่ยวกับหลักในการดำเนินงานในการตรวจสอบต่าง ๆ รวมถึงซักถามปลัดดีอีเกี่ยวกับรายละเอียดโครงการ
รักชนก โพสต์ข้อสรุปประชุม 2 กมธ.
ขณะที่ในช่วงค่ำ นางสาวรักชนกฯ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า "ข้อสรุปของการประชุมร่วม กมธ. วันนี้ คือ ท่านปลัดดีอีไม่เห็นความผิดปกติอะไรเลยในโครงการ "TH-AI Passport"