สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานพระวโรกาสให้ นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล และคณะ เฝ้าถวายปริญญาเภสัชศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ประจำปีการศึกษา 2567

View icon 56
วันที่ 19 มิ.ย. 2569 | 20.02 น.
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
เวลา 13.50 น. วันนี้ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จออก ณ อาคารอัครราชกุมารี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ พระราชทานพระวโรกาสให้ ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล และคณะ เฝ้าถวายปริญญาเภสัชศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ประจำปีการศึกษา 2567

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงจัดตั้งสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ขึ้น โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ การนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงการพัฒนางานด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และการสาธารณสุขของประเทศ ด้วยทรงตระหนักถึงความยากลำบากของผู้ป่วยโรคมะเร็ง ที่ขาดโอกาสเข้าถึงเภสัชภัณฑ์ประสิทธิภาพสูง

นอกจากนี้ ทรงมีพระดำริให้จัดตั้งโรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์ในพระดำริ ภายใต้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ซึ่งเป็นโรงงานผลิตยารักษาโรคมะเร็งแห่งแรกของประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล อันจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ในการนำเข้ายาจากต่างประเทศ เป็นการสร้างโอกาสให้ประชาชนไทย ได้เข้าถึงยารักษาโรคมะเร็งที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และยั่งยืน

โดยทรงเลือกผลิตยารักษาโรคมะเร็งชนิดมุ่งเป้า เป็นยาที่มีประสิทธิภาพสูง และใช้รักษาโรคมะเร็งได้หลากหลายชนิด เช่น ยาเม็ดรักษาโรคมะเร็งชนิดมุ่งเป้าตำรับแรกที่ผลิตขึ้นในประเทศ ภายใต้ชื่อ "อิมครานิบ 100"

และยังทรงมุ่งมั่นวางรากฐาน "ระบบนิเวศแห่งการพัฒนายาชีววัตถุ" อย่างครบวงจร นำมาสู่การจัดตั้ง "ศูนย์วิจัยและพัฒนาชีววัตถุ" จนประสบความสำเร็จในการพัฒนายาชีววัตถุคล้ายคลึง "ทราสทูซูแมบ" ซึ่งใช้รักษามะเร็งหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งเต้านม และได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ภายใต้ชื่อพระราชทานว่า "HERDARA"

ในช่วงวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทรงร่วมกับนักวิจัยของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ สังเคราะห์ยาโมลนูพิราเวียร์ ได้สำเร็จ ภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือน ในราคาที่ย่อมเยา และได้ทรงมอบให้รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข รับไปดำเนินการต่อ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ

ด้วยพระวิริยะอุตสาหะและพระปรีชาสามารถ สภามหาวิทยาลัยมหิดล ในการประชุมครั้งที่ 619 เมื่อวันพุธที่ 20 สิงหาคม 2568 จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ ขอพระราชทาน ถวายปริญญาเภสัชศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ฉลองพระองค์ครุย และพระมาลา

โอกาสนี้ พระราชทานพระวโรกาสให้ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยนายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล และคณะ ฉายพระรูปด้วย

ข่าวอื่นในหมวด