รวบ บัญชีม้า ของเครือข่ายอ้างชื่อ ตำรวจสอบสวนกลาง CIB หลอกซ้ำเติมเหยื่อ

รวบ บัญชีม้า ของเครือข่ายอ้างชื่อ ตำรวจสอบสวนกลาง CIB หลอกซ้ำเติมเหยื่อ

View icon 41
วันที่ 20 มิ.ย. 2569 | 13.17 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
รวบ "บัญชีม้า" ของเครือข่ายอ้างชื่อ "ตำรวจสอบสวนกลาง CIB" หลอกซ้ำเติมเหยื่อ โดยบอกกับเหยื่อจะช่วยตามเงินคืนจากมิจฉาชีพ สุดท้าย เหยื่อเสียเงินเพิ่มอีกนับแสนบาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.รัฐชิน เจริญรัมย์ สว.กก.3 บก.ปอศ. , ด.ต.ธนบดินทร์ พรมรักษ์ , ด.ต.วราวุฒิ คงเพชร , ด.ต. วิทวัส เพ็งแก้ว และ จ.ส.ต.ปภาวิน เทพจันทร์ ผบ.หมู่ กก.3 บก.ปอศ  ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา น.ส.อนงค์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาธนบุรี ความผิดฐาน “ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นคนอื่น และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน หรือเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยไม่ได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด ”

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2568 ได้มีกลุ่มผู้เสียหายจำนวนหลายรายที่เคยตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์มาก่อน ได้รับความเดือดร้อนซ้ำเติมหลังหลงเชื่อโฆษณาบนแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก ซึ่งกลุ่มมิจฉาชีพได้สร้างเพจปลอมขึ้นมา เพื่อหาประโยชน์จากความเดือดร้อนของประชาชน โดยพบเคสความเสียหายที่เชื่อมโยงกันในระบบกว่า 5 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวม 267,614.31 บาท ผู้เสียหายจึงได้เข้าแจ้งความออนไลน์จนนำไปสู่การอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในเครือข่ายบัญชีม้า

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ทำการสืบสวนเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวพบว่า แผนประทุษกรรมของคนร้ายกลุ่มนี้ จะใช้วิธีเปิดเพจเฟซบุ๊กชื่อ “Online Investigation” แอบอ้างใช้ภาพของนายตำรวจระดับสูงและเนื้อหาเชิญชวนว่า “เผยวิธีเอาเงินคืนจากมิจฉาชีพ ส่งหลักฐานผ่านทางเพจ ไม่ต้องไปสำนักงาน รอรับเงินคืน” เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อกดลิงก์ ระบบจะนำเข้าสู่แอปพลิเคชันไลน์โดยอัตโนมัติ จากนั้นจะมีการแบ่งหน้าที่กันทำเป็นขบวนการรวม 4 ราย แอบอ้างเป็น แอดมินเพจ, เจ้าหน้าที่ IT, เจ้าหน้าที่บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ชื่อดัง และยังใช้ชื่อบัญชีไลน์ “CIB ตำรวจสอบสวนกลาง” ปลอมตัวเป็นนายตำรวจอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนจะหลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงิน โดยอ้างว่าเป็นค่าดำเนินการตรวจสอบและค่าธรรมเนียมในการนำเงินคืน

ในระหว่างกระบวนการหลอกลวง กลุ่มคนร้ายได้ให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าสู่บัญชีธนาคารซึ่งเป็นบัญชีม้าของ น.ส.อนงค์ (ผู้ต้องหา) แต่เมื่อผู้เสียหายโอนเงินไปแล้ว กลับไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ และยังถูกกลุ่มคนร้ายออกอุบาย บังคับให้ต้องโอนเงินเพิ่ม โดยอ้างว่าเป็นค่าธรรมเนียมกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. เมื่อผู้เสียหายเริ่มรู้ตัวว่ากำลังถูกหลอกซ้ำซ้อนและไม่มีการคืนเงินจริง จึงได้รวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ภายหลังได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปอศ. ได้ทำการสืบสวนทางเทคโนโลยีและแกะรอยเส้นทางการเงินอย่างละเอียด จนกระทั่งทราบแหล่งที่พักอาศัยปัจจุบันของผู้ต้องหา จึงได้นำกำลังเข้าปิดล้อมและจับกุม น.ส.อนงค์นาถฯ ได้ในที่สุด ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.ภาษีเจริญ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา รับสารภาพว่า ตนเองได้เปิดบัญชีธนาคารผ่านช่องทางออนไลน์จริง โดยมีคนรู้จักมาขอร้องให้ช่วยเปิดเนื่องจากอ้างว่าไม่มีเงิน และตกลงว่าจะให้ค่าตอบแทนบัญชีละ 5,000 บาทในภายหลังด้วยความไว้ใจจึงยอมเปิดและติดตั้งแอปพลิเคชันให้ไป แต่สุดท้ายติดต่อคนรู้จักไม่ได้และไม่ได้เงิน จนกระทั่งมาถูกตำรวจจับกุม

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยประชาชน : การเปิดบัญชีธนาคาร บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Wallet) ให้ผู้อื่นนำไปใช้ หรือที่เรียกว่า "บัญชีม้า" โดยรู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิด มีโทษทางอาญาขั้นรุนแรง ตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ต้องระวางโทษจำคุกสูงถึง 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แม้จะอ้างว่าถูกหลอกหรือทำเพราะความไว้ใจก็ตาม