ยึดทรัพย์นอมินี กระบี่-ภูเก็ต ได้กว่า 1,000 ล้านบาท

View icon 7
วันที่ 21 มิ.ย. 2569 | 12.04 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง สุดสัปดาห์
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง สุดสัปดาห์ - กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ลุยตรวจ 66 บริษัท ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และจังหวัด กระบี่ ใช้คนไทยเป็นนอมินี ความเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ นำทีม เปิดปฏิบัติการตรวจสอบธุรกิจต้องสงสัยเป็นนอมินีในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและกระบี่ พบบริษัทเข้าข่ายใช้คนไทยถือหุ้นแทนต่างชาติ รวม 66 ราย เกี่ยวข้องกับการถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ มูลค่ากว่าพันล้านบาท

โดยที่จังหวัดกระบี่ พบคนไทยเป็นนอมินีให้ต่างชาติ 9 บริษัท ถือครองที่ดินกว่า 6 ไร่ มูลค่าประมาณ 209 ล้านบาท และพบอีก 8 บริษัทมีโครงสร้างการถือหุ้นเข้าข่ายต้องตรวจสอบเพิ่มเติม เกี่ยวกับการถือครองที่ดินกว่า 8 ไร่ มูลค่าประมาณ 290 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกว่า 499 ล้านบาท และยังพบ บริษัททรอปิคอลเฮาส์ฯ ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ของกลุ่มนักลงทุนสัญชาติโปแลนด์ ทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาท ถือครองที่ดินกว่า 6 ไร่ มูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งเกินกว่าทุนจดทะเบียน

จากการตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียน มีคนไทยถือหุ้น 100% ทำให้บริษัทถือสัญชาติไทย แต่ในความเป็นจริงบริษัทดังกล่าว มีผู้บริหารและควบคุมกิจการโดยชาวต่างชาติ และ บริษัท ซาลาบัฟ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ที่สมาชิกกลุ่มลับเฉพาะให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่นิยมไม่สวมใส่เสื้อผ้าในกิจกรรมกลางแจ้งภายในรีสอร์ท แม้กรรมการบริษัทจะเป็นคนไทย แต่ไม่สามารถให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ว่าเป็นผู้ลงทุนจริง

ส่วนในจังหวัดภูเก็ต พบบริษัทที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายเป็นนอมินีจำนวน 10 บริษัท ถือครองที่ดินโดยผิดกฎหมายกว่า 2 ไร่ มูลค่าประมาณ 116 ล้านบาท และพบอีก 39 บริษัท มีสัดส่วนการถือหุ้นของคนต่างชาติเกินกว่ากึ่งหนึ่ง เข้าข่ายต้องตรวจสอบเพิ่มเติม เกี่ยวกับการถือครองที่ดิน มูลค่าประมาณ 115 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตกว่า 231 ล้านบาท โดยจุดที่ร่วมตรวจค้น เป็นโรงแรมแห่งหนึ่งในอำเภอป่าตอง ประกอบธุรกิจโรงแรม, รีสอร์ท, ห้องชุด และบริการเช่ารถจักรยานยนต์ และเคยประกอบธุรกิจนำเที่ยว แต่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต เนื่องกระทำผิดเงื่อนไขสัดส่วนกรรมการ เพราะผู้ถือหุ้นคนไทยยอมรับว่าถือหุ้นแทนคนอิสราเอล และยังพบว่า มีบริษัทที่ประกอบธุรกิจ ร้านอาหาร ร้านกัญชา ใช้ที่ตั้งแห่งเดียวกันในการประกอบกิจการด้วย

ปฎิบัติการครั้งนี้ถือเป็น เฟส 3 ในการทลายนอมินี ฝั่งอันดามัน เพื่อป้องกันและปราบปรามการประกอบธุรกิจของคนต่างชาติที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และรักษาความเป็นธรรมในการแข่งขันทางการค้า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง