วันนี้ (21 มิ.ย. 69) บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครช่วงโค้งสุดท้ายเป็นไปอย่างคึกคัก โดย ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำคาราวานรถแห่ลงพื้นที่พบปะประชาชนในเขตประเวศและเขตสะพานสูงโดยเฉพาะบริเวณตลาดเคหะร่มเกล้าและตลาดสัมมากร ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชน พ่อค้าแม่ค้า และผู้ประกอบการในพื้นที่เป็นจำนวนมาก
ดร.มัลลิกา กล่าวว่า นโยบายสำคัญที่ต้องการผลักดันคือการฟื้นฟูเศรษฐกิจของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและธุรกิจเอสเอ็มอีให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น เพื่อเสริมสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ รักษาการจ้างงาน และสร้างตำแหน่งงานใหม่ให้กับคนกรุงเทพมหานคร
ดร.มัลลิกา กล่าวต่อว่า เศรษฐกิจที่ดีต้องเริ่มจากฐานราก ผู้ประกอบการรายเล็กต้องเข้าถึงทุนได้จริง เมื่อธุรกิจเดินต่อได้ ลูกจ้างก็มีงานทำ กรุงเทพมหานครต้องเป็นเมืองแห่งโอกาสของทุกคน
ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ดร.มัลลิกา ได้เน้นย้ำถึงนโยบายหลัก 14 ด้าน ซึ่งครอบคลุมทั้งการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ การคมนาคม ความปลอดภัย การศึกษา สิ่งแวดล้อม การสาธารณสุข และการใช้เทคโนโลยี AI เพื่อยกระดับการบริหารเมืองให้ทันสมัยและตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น
นอกจากนี้ ดร.มัลลิกา ยังระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะได้ตัดสินใจเลือกผู้นำคนใหม่เข้ามาบริหารกรุงเทพมหานคร โดยพร้อมอาสาเข้ามาเปลี่ยนแปลงการทำงานของเมืองหลวงให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตอบสนองต่อปัญหาของประชาชนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
โดยงบประมาณของกรุงเทพมหานครต้องถูกใช้เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างแท้จริง ต้องมีธรรมาภิบาล มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และต่อต้านการทุจริตอย่างจริงจัง อำนาจที่ประชาชนมอบให้ไม่ควรถูกใช้เพื่อประโยชน์ของบุคคลหรือกลุ่มใด แต่ต้องถูกนำมาใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ การลงพื้นที่ตลาดเคหะร่มเกล้าและตลาดสัมมากรในครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการพบปะประชาชนในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง เพื่อรับฟังปัญหาและนำเสนอแนวทางการพัฒนาเมืองตามนโยบาย 14 ด้าน ภายใต้แนวคิดการสร้างกรุงเทพมหานครที่โปร่งใส ปลอดภัย ทันสมัย และมีเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างทั่วถึงสำหรับประชาชนทั้ง 50 เขต