แจงปิดเพจฯ 2 ตำรวจ หลังจับกุมรถบรรทุก จ.นนทบุรี

View icon 27
วันที่ 22 มิ.ย. 2569 | 07.01 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - เพจฯ ตำรวจ 2 เพจ ประกาศยุติการเคลื่อนไหวพร้อมกัน สร้างความแปลกใจให้ผู้ใช้โซเชียลฯ ตั้งคำถามว่าเจอตอ หลังจับกุมรถบรรทุกคันนี้หรือไม่

แจงปิดเพจฯ 2 ตำรวจ หลังจับกุมรถบรรทุก จ.นนทบุรี
เป็นคลิปสุดท้ายของ จ่าสิบตำรวจ บรรณภพ สังข์ไพโรจน์ ผู้บังคับหมู่จราจร สภ.ไทรน้อย แอดมินเพจฯ "จ่าจักร จราจรไทรน้อย" โพสต์ในโซเชียลฯ ได้เรียกตรวจรถพ่วง 18 ล้อ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สั่งให้คนขับนำแผ่นป้ายทะเบียนมาติด แต่คนขับรถฝ่าฝืนไม่ยอมติดป้ายทะเบียน ล็อกรถจอดทิ้งไว้ริมถนน

หลังเหตุการณ์นี้ เพจฯ "ที่นี่ไทรน้อย" และเพจ "จ่าจักร จราจรไทรน้อย" ประกาศยุติการเคลื่อนไหว พร้อมโพสต์ข้อความทิ้งท้ายว่า "กฎแห่งกรรม ยุติธรรมเสมอ" กลายเป็นปมร้อนโลกออนไลน์

จ่าสิบตำรวจ บรรณภพ ยืนยันไม่มีใครมาสั่งให้ปิดเพจฯ ตามที่กระแสโซเชียลฯ เชื่อมโยงว่าเจอตอผู้มีอิทธิพล สาเหตุเป็นเพราะมีประชาชนแจ้งเบาะแส ขอความช่วยเหลือจำนวนมาก ทำงานแทบไม่ทัน จึงมีความคิดว่าจะปิดเพจฯ ไปก่อน แล้วค่อยมาหาวิธีเปิดเพจใหม่ ที่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ไม่คิดว่าสังคมจะสนใจขนาดนี้

ผู้กำกับการ สภ.ไทรน้อย ย้ำตนเองไม่มีอิทธิพลแทรกแซง เพราะทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ส่วนข้อความ "กฎแห่งกรรม ยุติธรรมเสมอ" เป็นเพียงคำคมที่ จ่าจักร ใช้ในเพจฯ มานาน ยืนยันไม่รู้จักเจ้าของรถบรรทุก หลังเกิดเรื่องสั่งให้เรียกคนขับมาแจ้งข้อหา ขัดขืนคำสั่งเจ้าพนักงานเพิ่มเติมอีก 1 ข้อหา ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย

หลังปมร้อนส่วยรถบรรทุก วานนี้ (21 มิ.ย.) ทีมข่าว 7HD ลงพื้นที่ตามหารถบรรทุกลักษณะเดียวกับในคลิป ไล่ตั้งแต่บริเวณถนนไทรน้อย อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี ส่วนใหญ่พบรถบรรทุกดินและทราย ไม่ตรงกับบรรทุกที่ถูกจับกุม

กระทั่งขากลับ เวลาประมาณ 17.30 น. พบรถ 18 ล้อ บรรทุกเสาปูนคอนกรีต ที่หน้ารถพบตุ๊กตาหน้ารถ 3 ตัว ตรงกับที่มีผู้ตั้งข้อสังเกต

พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในฐานะอดีตตำรวจชุดคลี่คลายคดีส่วยรถบรรทุก บอกว่า จากข้อมูลในอดีตเกี่ยวกับส่วย เป็นการตกลงกันระหว่าง 2 ฝ่าย และกำหนดสัญลักษณ์ขึ้นมาเอง

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้ข้อมูลกับทีมข่าวเรื่องส่วยรถบรรทุกว่า ปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบสัญลักษณ์ส่วย ให้เนียนตามากยิ่งขึ้น จากเดิมที่ใช้สติกเกอร์ลายการ์ตูน เปลี่ยนมาเป็นสติกเกอร์ข้อความพรางตา เช่น ข้อความร้องเรียนพฤติกรรมการขับขี่ พร้อมเบอร์โทรศัพท์ปลอม ใช้สัญลักษณ์ต่าง ๆ ติดหน้ารถ เพื่อแสดงให้เจ้าหน้าที่บางกลุ่มรับรู้ว่า มีการจ่ายเงินคุ้มครองแล้ว

ส่วนกรณีที่ตำรวจจราจร สภ.ไทรน้อย เจอตุ๊กตา 3 ตัวติดอยู่หน้ารถบรรทุก มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นสัญลักษณ์ส่วย เสนอให้พนักงานสอบสวนขยายผล ประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้อง

เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาในระบบตำรวจที่ถูกกดดัน แม้จะมีตำรวจน้ำดีอยู่ในองค์กร แต่กลับเผชิญอุปสรรค ถูกกลั่นแกล้ง เมื่อบังคับใช้กฎหมายที่กระทบต่อผลประโยชน์ของผู้มีอิทธิพล

อยากให้ภาคประชาชน ผู้บังคับบัญชา และรัฐบาล ร่วมกันคุ้มครองเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต หากผู้บังคับบัญชาให้ความเป็นธรรม กับผู้ใต้บังคับบัญชาที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตได้ ก็ควรพิจารณาปรับเปลี่ยน หรือโยกย้ายตำแหน่งไปปฏิบัติหน้าที่อื่นแทน

"ทองอยู่" ยอมรับส่วยรถบรรทุกฟื้นคืนชีพจริง
ด้าน นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ก็เปิดใจกับทีมสนามข่าว ว่าระบบส่วยที่ใช้สัญลักษณ์ รู้กันระหว่างผู้ให้กับผู้รับ ฟื้นกลับมานิยมอีกครั้ง ตั้งแต่มีนาคมที่ผ่านมา เนื่องจากราคาน้ำมันปรับเพิ่มสูงขึ้น

กลุ่มคนรถบรรทุกนอกรีต จึงพยายามหาวิธีประหยัดต้นทุนทุกรูปแบบ แม้ทำผิดกฎหมาย ด้วยการยอมจ่ายเงิน หรือส่วยให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพบว่าในระยะหลัง นอกจากจ่ายส่วยให้ตำรวจแล้ว ยังขยายวงไปที่เจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่นเพิ่มขึ้น

โดยมีเงินที่ต้องจ่ายส่วยต่อเดือนต่ำสุด 10,000 บาทต่อคัน สูงสุดเดือนละ 50,000 บาทต่อคัน โดยจะยึดตามระยะทางการวิ่งขนส่ง คือ การวิ่งรถขนส่งเฉพาะในท้องถิ่นนั้น ๆ, การวิ่งข้ามจังหวัด และการวิ่งรถข้ามเขตระหว่างภูมิภาคหนึ่งไปยังอีกภูมิภาคหนึ่งของไทย

และวงการที่พบมีปัญหาซ้ำ ๆ มากที่สุด คือ ก่อสร้าง ที่บรรทุกขนส่งอิฐ หิน ดิน ปูน และทราย รองมาเป็นภาคอุตสาหกรรม ขนส่งเหล็กและอุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ และกลุ่มสินค้าเกษตรชนิดต่าง ๆ ตามลำดับ

นายทองอยู่ ยังบอกด้วยว่า ก่อนหน้าเคยเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้ยาแรงกับผู้กระทำผิดกฎหมายด้วยการบรรทุกน้ำหนักเกิน หรือลักลอบขนส่งของผิดกฎหมายทุกประเภท ด้วยการให้ "ริบรถทันที" และถอนใบอนุญาต ขส. 11 หรือใบอนุญาตประกอบการขนส่ง

เพื่อป้องปรามรถบรรทุก โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ได้เป็นสมาชิกในสหพันธ์การขนส่งฯ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 600,000-700,000 คัน จากกว่า 1 ล้านคัน ไม่กล้าทำผิด หลังที่ผ่านมาย่ามใจ เนื่องจาก พ.ร.บ.ทางหลวงฯ ทั้งโทษจับปรับ และจำคุก ยังเบามาก จนไม่เกรงกลัวกฎหมาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง