เช้านี้ที่หมอชิต - ชาวบ้านหวั่นกันสาดอาคารเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ในเขตสัมพันธวงศ์ถล่มซ้ำ หลังเมื่อเย็นวันเสาร์เกิดเหตุไม่คาดคิด
เป็นวินาทีกันสาดอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น ปลูกติดกัน 5 คูหา ใกล้แยกหมอมี เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ พังถล่มลงมา เมื่อเวลา 17.00 น. วันเสาร์ที่ผ่านมา (20 มิ.ย.) ส่งผลทำให้ชายสูงอายุที่นำรถเก๋งมาจอดรอรับภรรยา ที่หน้าร้านอุปกรณ์ไฟฟ้าเสียชีวิต รถยนต์เสียหาย 3 คัน
เมื่อวานนี้ (21 มิ.ย.) ครอบครัวได้ไปรับศพผู้เสียชีวิต ที่สถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำกลับไปบำเพ็ญกุศลท่ามกลางความโศกเศร้า
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่หลายหน่วย อาทิ ปภ.กทม. เจ้าหน้าที่การไฟฟ้า เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ ตำรวจ สน.พลับพลาไชย 2 เข้าเคลียร์พื้นที่ รื้อกันสาดออกทั้งหมด
สำนักงานเขตฯ ออกคำสั่งห้ามใช้อาคาร 5 คูหาเป็นการชั่วคราว เพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบตรวจสอบโครงสร้างของอาคารอย่างละเอียด
คุณพิธพงษ์ ทีมข่าว 7HD ลงพื้นที่ไปพบกับ คุณลุง หนึ่งในผู้เสียหาย ถูกคอนกรีตทับรถเก๋งได้รับความเสียหาย เล่านาทีเกิดเหตุว่า เห็นคอนกรีตพังลงมาตรงหน้า ห่างจากจุดที่ตนเองยืนอยู่ เพียงคืบเดียว ตอนนี้ยังรู้สึกตกใจไม่หาย
ชาวบ้านที่ดูแลศาลเจ้า บอกว่า ก่อนเกิดเหตุไม่มีสัญญาณเตือน หรือความผิดปกติใด ๆ อาคารบ้านเรือนละแวกนี้มีอายุกว่า 100 ปี ก่อนเกิดเหตุมีฝนตกหนักติดต่อกัน 3 วัน โครงสร้างกันสาด ไม่มีคานรับน้ำหนักเหมือนสมัยใหม่ เคราะห์ดีที่ศาลเจ้าสร้างภายหลัง ไม่เชื่อมต่อกับอาคารที่พังถล่ม มิเช่นนั้นพังเป็นโดมิโนได้แน่นอน
ด้านเจ้าของร้านขายสังฆภัณฑ์ ที่อยู่ติดกับอาคารที่เกิดเหตุ ซึ่งมีโครงสร้างอาคารลักษณะเดียวกัน อายุการก่อสร้างก็เท่า ๆ กัน บอกว่า รู้สึกกังวลใจ เพราะกันสาดที่สร้างในอดีตไม่มีทางระบายน้ำ เมื่อรับฝนเป็นเวลานานคอนกรีตสึกกร่อน แต่ไม่สามารถจะทุบสร้างใหม่ได้ เนื่องจากสร้างติดกันทั้งแถบ
เจ้าหน้าที่จากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ลงพื้นที่มาสำรวจตรวจสอบอาคารพาณิชย์ พบโครงสร้างเป็นคานไม้ ส่วนกันสาดที่ถล่มเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก อธิบายง่าย ๆ เหมือนร่างกายมนุษย์ มีความเสื่อมโทรม
เท่าที่ตรวจสอบไม่ต้องรื้อตัวอาคาร เนื่องจากพังเฉพาะกันสาดด้านหน้า แนะนำให้ผู้ใช้อาคาร ลดน้ำหนักการวางของ บนชั้น 2 กระจายน้ำหนักมาไว้ชั้นล่าง
สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ เปิดเผยว่า จากการพูดคุยกับชาวบ้าน จะมีการรวมตัวไปยื่นขอทำการซ่อมแซมกันสาด จึงแนะนำให้ประสานกับทางวัดไตรมิตร ซึ่งเป็นเจ้าของที่ เพื่อทำตามขั้นตอน
พลตำรวจตรี ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 บอกว่า พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างพิจารณาข้อกฎหมายและหลักฐานว่า ความรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจะตกอยู่กับผู้เช่า หรือ เจ้าของพื้นที่ โดยยังไม่สามารถระบุหรือชี้ชัดไปได้ว่าเป็นความบกพร่องหรือความผิดของบุคคลใด
จากเหตุที่เกิดขึ้นจำเป็นต้องปิดการจราจร 2 ช่องทาง จากทั้งหมด 4 ช่องทาง เพื่อความปลอดภัย ส่งผลให้วันนี้ (22 มิ.ย.) ซึ่งเป็นวันทำงาน น่าจะได้รับผลกระทบด้านการจราจร จึงฝากประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน โปรดหลีกเลี่ยงเส้นทางในจุดดังกล่าว หากไม่มีความจำเป็น