สนามข่าว 7 สี - สิ้นชีพไม่สิ้นชื่อ ขาใหญ่ประจำหมู่บ้าน เมาโวยวาย ทำร้ายผู้อื่น ในวันที่เสียชีวิต ได้รับพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากบริจาคร่างกาย ช่วยเหลือผู้อื่นได้ 4 คน
ญาติพี่-น้องได้เคลื่อนศพ นายศรีพันเดช อายุ 60 ปี ออกจากบ้านพัก ตำบลบ้านผึ้ง อำเภอเมืองนครพนม ไปประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากผู้วายชนม์บริจาคไต และดวงตา 2 ข้าง ให้สภากาชาดไทย
สำหรับ นายศรีพันเดช ชาวบ้านเรียกว่า "ขุนเดช" เป็นขาใหญ่ประจำหมู่บ้าน ตอนมีชีวิตชอบเมาโวยวาย ทำร้ายผู้อื่นประจำ มักจะพกอาวุธประกาศศักดา ยิงปืนข่มขู่ในที่สาธารณะ สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้าน
เมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา นายศรีพันเดช เมาใช้ไม้เบสบอลตี นายลือชัย อายุ 49 ปี หลานชายจนบาดเจ็บ นอนโรงพยาบาล 4 วัน ถูกตำรวจแจ้งข้อหาใช้อาวุธทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ นายศรีพันเดชได้การประกันตัวในชั้นศาล หลังจากนั้นกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นอีก
จนเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน นายศรีพันเดช ได้ไปหาปลากับเพื่อน พร้อมดื่มสุราไปด้วย อยู่ ๆ เกิดอาการชักเกร็ง เพื่อนคิดว่าเมาหนัก ก็ช่วยเหลือนำมาส่งบ้านพักให้นอนพัก แต่อาการไม่ดีขึ้น
ครอบครัวนำส่งไปรักษายังโรงพยาบาลนครพนม แพทย์เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ พบเส้นเลือดในสมองแตก และสุดท้ายก็เสียชีวิต เมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา
นางสาวดวงฤทัย คำวงษา อายุ 26 ปี ลูกสาวของผู้เสียชีวิต เล่าทั้งน้ำตา ตอนพ่อยังมีชีวิต พูดเสมอหากพ่อเป็นอะไรไป อวัยวะไหนใช้กับคนอื่นได้ ก็ให้บริจาค เมื่อพ่อมีภาวะสมองตาย ในทางการแพทย์หมายถึงเสียชีวิต เธอจึงบริจาคอวัยวะทุกส่วนที่ยังสมบูรณ์ให้กับสภากาชาดไทย เพื่อนำไปช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ตามที่พ่อเคยสั่งเสียเอาไว้
ลูกสาวผู้เสียชีวิต ยกมือไหว้ขอโทษเพื่อนบ้านทุกคน ที่พ่อเคยไปมีเรื่อง สร้างความเดือดร้อน ขอให้เพื่อนบ้านอโหสิกรรมในสิ่งที่พ่อทำลงไป เธอยังเคาะโลงศพของพ่อ ขอจากไปอย่างหมดห่วง และให้ไปสู่ภพภูมิที่ดี อวัยวะที่บริจาคไป ช่วยเหลือผู้ป่วยได้ถึง 4 คน