ห้องข่าวภาคเที่ยง - ผู้ป่วยจิตเวชถูกชายคนหนึ่ง สวมเสื้อ CIB ชักมีดแทงจนไส้ทะลัก หลังมีปากเสียงกันในร้านค้า
นี่เป็นคลิปภาพวินาทีที่พี่สาวรุดดูอาการของน้องชาย อายุ 33 ปี ผู้ป่วยจิตเวช นอนจมกองเลือดอยู่หน้าร้านค้า บ้านอุดมทรัพย์พัฒนา หมู่ที่ 17 ตำบลลาดบัวขาว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา สภาพเป็นตายเท่ากัน นอนร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด เพราะหน้าท้องถูกมีดแทงหลายจุด จนไส้ทะลักออกมา
จากนั้น พี่สาวถามว่าใครเป็นคนทำร้าย และเมื่อทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นชายใส่เสื้อ CIB จึงเกิดมีปากเสียงกัน ทำให้ชาวบ้านและญาติต้องห้ามปราม เพราะหวั่นว่าจะเกิดเหตุกระทบกระทั่งกันอีก โดยพยายามร้องขอให้พี่สาวควบคุมสติอารมณ์ เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาถึงจึงนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และญาติไปแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.สีคิ้ว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 19.25 น. ของเมื่อวานนี้
พี่สาวของผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า น้องชายไปรับการรักษา และเข้าพักอาศัยอยู่บ้านอีกหลัง ซึ่งอาศัยอยู่คนเดียว ตอนเกิดเหตุ เธอชวนพ่อว่าจะออกไปดูน้องชายที่อยู่บ้าน แต่ปรากฏว่าพอเดินทางไปถึง กลับพบว่าน้องชายนอนจมกองเลือดอยู่หน้าร้านค้า พร้อมกับรถจักรยานยนต์ เมื่อเห็นเหตุการณ์ก็ตกใจ จึงไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งมารู้ว่าคนที่ก่อเหตุแทงน้องชาย คือ ตำรวจ ตอนนั้นโกรธมาก และมีปากเสียงกันตามในคลิป
ส่วนสาเหตุนั้น ทราบว่า น้องชายเกิดความรำคาญเพราะเห็นตำรวจ 3 คน ชอบนั่งดื่มสุราเสียงดัง น่าจะมีปากเสียงกันจนเกิดเหตุการณ์ในที่สุด ส่วนตำรวจคนที่ลงมือแทงนั้น เป็นลูกเขยของร้านค้าที่เกิดเหตุ
ความคืบหน้าทางคดี พันตำรวจเอก ธัชพล ชิณวงศ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสีคิ้ว เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจ ยศสิบตำรวจตรี สังกัดหน่วยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยวันเกิดเหตุนั่งอยู่บริเวณหน้าร้านค้า ก่อนที่ผู้บาดเจ็บจะเดินเข้ามาหาเรื่อง และมีเหตุทะเลาะวิวาทกัน
จากข้อมูลการสืบสวนพบว่า ผู้บาดเจ็บมีประวัติเป็นผู้ป่วยจิตเวช และในวันเดียวกันก่อนเกิดเหตุยังมีผู้เสียหายคนอื่นเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ว่า ถูกผู้บาดเจ็บหาเรื่องและทำร้ายร่างกายด้วย
นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุยังพบข้อมูลว่า ผู้บาดเจ็บมีอาวุธมีดติดตัวอยู่ ก่อนจะเกิดการชกต่อยและยื้อแย่งกัน จนนำไปสู่เหตุแทงกันได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายผู้ก่อเหตุอ้างว่าเป็นการป้องกันตัว
ขณะที่ พนักงานสอบสวนยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำพยานแวดล้อม และตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน เพื่อพิจารณาว่าการกระทำเข้าข่ายความผิดในลักษณะใด ขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา จนกว่าจะได้ผลการรักษาและผลการสอบสวนอย่างละเอียด