ร้านจำหน่ายปุ๋ย ปรับราคาจำหน่ายใหม่ หลังราคาปุ๋ยเคมีทุกยี่ห้อ ขนาด 50 กิโลกรัม ลดลงกระสอบละประมาณ 150 บาท

ร้านจำหน่ายปุ๋ย ปรับราคาจำหน่ายใหม่ หลังราคาปุ๋ยเคมีทุกยี่ห้อ ขนาด 50 กิโลกรัม ลดลงกระสอบละประมาณ 150 บาท

View icon 38
วันที่ 22 มิ.ย. 2569 | 10.22 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ร้านจำหน่ายปุ๋ย ปรับราคาจำหน่ายใหม่ หลังราคาปุ๋ยเคมีทุกยี่ห้อ ขนาด 50 กิโลกรัม ลดลงกระสอบละประมาณ 150 บาท ขณะที่เกษตรกร ต่างรู้สึกดีใจที่ปุ๋ยราคาถูกลง ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงด้วย

ตามที่กระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศมาตรการลดราคาปุ๋ยเคมีทุกยี่ห้อ (ขนาด 50 กิโลกรัม) ลงกระสอบละประมาณ 150 บาท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและลดต้นทุนการผลิตนั้น ทำให้บรรดาร้านจำหน่ายปุ๋ยต้องมีการปรับราคาจำหน่ายกันใหม่ ในขณะที่เกษตรกร ต่างรู้สึกดีใจที่ปุ๋ยราคาถูกลง ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงด้วย ซึ่งช่วงฤดูกาลเพาะปลูกนี้ เกษตรกรต่างมีความต้องการปุ๋ยกันเป็นจำนวนมาก เพื่อช่วยให้เมล็ดพันธุ์เจริญเติบโต

วันนี้ (22 มิถุนายน 2569) ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศที่ร้านจำหน่ายปุ๋ย และอาหารสัตว์แห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บ้านวังหิน ถนนสายพิมาย-ชุมพวง ต.ในเมือง อ พิมาย จ.นครราชสีมา โดยพบกับนายธนกฤษ ศรีอำนาจ อายุ 51 ปี ผู้จัดการร้านฯ  ซึ่งเปิดเผยว่า “ราคาปุ๋ยเคมีมีการปรับราคาลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว  โดยปรับลงวันละประมาณ 5 บาท แต่ถ้าถามเกษตรกรว่าพอใจไหม ก็ถือว่าราคายังสูงอยู่ เพราะว่าราคาจำหน่ายตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 1,300 บาทขึ้นลง ซึ่งปกติราคาไม่เคยถึง คงต้องรอไปอีกประมาณสิ้นเดือน อาจจะปรับลงอีก ที่ผ่านมาช่วงที่ปุ๋ยราคาแพง ค้าขายเงียบมาก เกษตรกรไม่มีเงินจะซื้อ ปุ๋ยทุกยี่ห้อก็ขึ้นราคาหมด  ซึ่งปุ๋ยยูเรียถือเป็นตัวกำหนดราคาของปุ๋ยทั่วไปด้วย  พอยูเรียขาดตลาด ทำให้ราคาพุ่งขึ้น ปุ๋ยสูตรทั่วไปอื่นๆ ก็ขึ้นราคาตามกันหมด แต่ปรับราคาขึ้นไม่สูงเท่ายูเรีย เป็นผลกระทบองค์รวม ที่จริงๆ รัฐบาลก็พยายามช่วย แต่ที่ผ่านมาเกิดสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ขนส่งไม่ได้ ทำให้การนำเข้ามีปัญหา ราคาจึงปรับขึ้นเป็นปกติตามกลไล อีกทั้งยูเรียเป็นส่วนหนึ่งที่ได้มาจากการกลั่นน้ำมัน เมื่อเกิดภาวะสงครามทำให้ราคาน้ำมันแพงขึ้น ยูเรียจึงแพงโดยตัวมันเอง และยูเรียจำนวนมากที่ขนเข้ามาพร้อมน้ำมันจะมาจากตะวันออกกลางเป็นหลัก ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อขาดตลาด ราคาจึงปรับขึ้น ส่วนวิธีการกำหนดราคา  ร้านบริษัทจะมีมาตรฐานราคากำหนดเอาไว้  จะต่างกับร้านค้าทั่วไปที่ไม่ใช่เจ้าของปุ๋ยโดยตรง ก็จะขายราคาแพงกว่าระบบบริษัท ประมาณ 10-20 บาท บางทีมารับไปขายต่ออีกที ก็ย่อมต้องบวกราคาเพิ่มขึ้นอีกตามที่รู้ๆ กัน

ด้านนายประคอง ประตูชัย อายุ 61ปี ชาวนา ม.16 ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา บอกว่า “ทำนาไม่ไหวลงทุนสูง ทำไปก็ขาดทุน เพราะต้นทุนการผลิตแพงทุกอย่าง ยิ่งช่วงที่ทำนาปรัง ถ้าได้ผลผลิตดีก็ยังพอจะได้ข้าวไว้กินบ้าง แต่ถ้าได้ผลผลิตไม่ดี ก็ขาดทุนแน่นอน เพราะต้องลงทุนทุกอย่าง  ทั้งค่าตี ค่าไถ ค่าปลูก ค่าเกี่ยว ค่าซื้อน้ำมัน ค่าปุ๋ย ค่ายา รวมยอดแล้วลงทุนสูงมาก ถ้าผลผลิตดีก็พอได้กินได้ขาย พอมีกำไรนิดๆหน่อยๆ นิดๆ หน่อยๆ ถ้าขายข้าวทั่วไปอย่างต่ำได้ประมาณกิโลกรัมละ 8-10 บาท ก็พอจะมีเงินเหลืออยู่บ้าง แต่ตอนนี้ตนไม่ได้ทำนาแล้ว ปล่อยที่นาให้คนมาเช่าทำนา 3 ไร่ ได้ค่าเช่า 13,000 บาท ก็ยังดีกว่าต้องเสี่ยงลงทุนทำนาเอง ส่วนคนที่ยังทำนาอยู่ก็ต้องทนทำไป เศรษฐกิจแบบนี้จะว่าใครไม่ได้หรอก รัฐบาลก็ยากเพราะว่าเจอสงคราม แต่อยากให้ลดราคาสินค้าต้นทุนการผลิตอื่นๆลงด้วย  เพราะคนทำนาไม่มีอาชีพอะไร ทำนาแต่ละครั้งจะขาดทุนหรือได้กำไร ก็ต้องทนทำไป เดี๋ยวนี้ชาวนาอยู่ยากจริงๆ ”