ผู้ว่าฯ ปทุมธานี พร้อมบิ๊กแจ๊ส ลงพื้นที่ช่วยเหลือเด็ก ป.1 เป็นข่าวอาศัยอยู่ใต้สะพานบางขัน เรื่องจริงคือปู่ของเด็ก มาจาก ตจว. เข้ามาจับจองเป็นที่เลี้ยงไก่ กั้นเป็นที่พัก ต่อมาเทศบาลเมืองคลองหลวง ขอใช้พื้นที่กับแขวงการทาง ปรับเป็นลานกีฬา เจรจากับปู่ ช่วยค่าขนย้ายไปแล้ว 1 หมื่นบาท ช่วยค่าเช่าบ้าน เดือนละ 2,800 บาท เด็กก็อาศัยอยู่ที่บ้านเช่าด้วย ข้อเท็จจริงไม่ได้ตกระกำลำบาก นอนใต้สะพาน
ความคืบหน้ากรณีเด็กนักเรียน ป.1 ที่พบเป็นข่าวอาศัยอยู่ใต้สะพานบางขัน วันนี้ (22 มิ.ย.69) นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี นางสาวอภิสรา เกษอินทร์ นายอำเภอคลองหลวง นางสาวอารีรัตน์ นฤดมพงศ์ นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มการพัฒนาสังคมและสวัสดิการ สนง.พมจ.ปทุมธานี เหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักเรียน ป.1 ที่เป็นข่าวพักอาศัยอยู่บริเวณใต้สะพานบางขัน ม.7 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยได้พบปะพูดคุยกับครอบครัวของนักเรียน
หลังลงพื้นที่ ผู้ว่าฯ ปทุมธานี เปิดเผยว่า หลังจากได้รับทราบข่าวเรื่องความเป็นอยู่ของน้อง ทางจังหวัดปทุมธานี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ร่วมกันลงมาตรวจสอบทันที ซึ่งจากข้อมูล คงจะต้องมีการพูดคุยเพื่อหาแนวทางการให้ความช่วยเหลือต่อไป
“บริเวณพื้นที่ใต้สะพาน ซึ่งครอบครัวของนักเรียนคือปู่มาพักอาศัยอยู่นี้ มีสภาพไม่เหมาะสมซึ่งได้มีการพูดคุยให้ขยับขยายย้ายออกไปมาก่อนแล้ว เพราะพื้นที่ดังกล่าวมีแผนในการปรับเป็นลานกีฬา ให้คนในชุมชนไว้ออกกำลังกาย ในส่วนของเด็กนักเรียนที่เป็นหลานสาว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้หาแนวทางให้ความช่วยเหลือดูแล ทั้งเรื่องด้านการเรียนและการอยู่อาศัย ร่วมกันพัฒนาเรื่องของสภาพชีวิตให้ดีขึ้นต่อไป”
ด้าน พลตำรวจโท คำรณวิทย์ กล่าวขอบคุณ คุณครูที่ใส่ใจเข้ามาเยี่ยมเยียนเด็กนักเรียนตามโครงการ พร้อมชี้แจง "ข้อเท็จจริง" ว่า ที่บริเวณเพิงพักใต้สะพานนี้ ปู่ของเด็กนักเรียน ซึ่งเดิมอยู่จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อเข้ามาอยู่ในพื้นที่ขณะที่ยังเป็นที่รกร้างอยู่ เป็นคนบุกรุกเข้ามาจับจองเป็นที่เลี้ยงไก่ และกั้นเป็นที่พัก
ต่อมา นายกยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศบาลเมืองคลองหลวง ได้มีการขอใช้พื้นที่นี้กับแขวงการทาง เพื่อจะปรับปรุงพัฒนาถมเป็นลานกีฬาให้คนคลองหลวงได้ออกกำลังกาย ได้มีการมาพูดคุยเจรจากับปู่ของนักเรียนแล้ว พร้อมช่วยค่าขนย้ายไปแล้ว 10,000 บาท รวมถึงมีการเช่าบ้านให้อยู่ เดือนละ 2,800 บาท โดยที่เด็กนักเรียนก็อาศัยอยู่ที่บ้านเช่าดังกล่าว
ดังนั้น ความจริงตัวเด็กนักเรียนไม่ได้ตกระกำ ลำบากมานอนอยู่ใต้สะพานแห่งนี้ ตามที่เป็นข่าว ซึ่งทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดว่าหน่วยงานรัฐปล่อยปละละเลย กรณีนี้จึงต้องเอาเรื่องจริงมาพูดกัน