เช้านี้ที่หมอชิต - เมื่อวาน (22 มิ.ย.) "นายกฯ อนุทิน" ประชุม กรอ. เพื่อหารือแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าต่อเนื่อง ตั้งเป้ายกระดับขีดความสามารถการแข่งขันให้โตเกิน 3 เปอร์เซ็นต์ มุ่งสู่ประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปี
เป็นการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ หรือ กรอ. นัดแรก ที่ทำเนียบรัฐบาล โดย "นายกฯ อนุทิน" นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุม และมีคณะรัฐมนตรี รวมถึงตัวแทนภาคเอกชนเข้าร่วม
ช่วงหนึ่ง นายกฯ บอกว่า การประชุมนี้เปรียบเสมือน "ครม.เศรษฐกิจพลัส" เพราะไม่ใช่รูปแบบประชุม ครม. เศรษฐกิจเหมือนในอดีต แต่มีการเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อรับฟัง และหารือปัญหาต่าง ๆ ร่วมกัน
โดยที่ประชุมได้กำหนดเป้าหมายเศรษฐกิจไว้ 3 ระยะ คือ ระยะสั้น ตั้งเป้าผลักดันความสามารถการแข่งขันเกิน 3 เปอร์เซ็นต์ภายในรัฐบาลนี้ จากปัจจุบันราว 2.7% ระยะกลาง ภายในปี 2573 ตั้งเป้าให้ไทยติด 20 อันดับแรกของโลกด้านความสามารถในการแข่งขัน และระยะยาว มุ่งยกระดับประเทศสู่ประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปี
นอกจากนี้ยังกำหนด 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ทั้งเกษตร, อาหาร, ยานยนต์แห่งอนาคต, ดิจิทัล, สุขภาพ, การท่องเที่ยวคุณภาพ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ข้อมูลจากสภาพัฒน์ รายงานว่าปัจจุบันรายได้เฉลี่ยของคนไทยอยู่ที่ประมาณ 8,000-9,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคนต่อปี 2.6-2.9 แสนบาท และต้องเพิ่มเป็น 15,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคนต่อปี 4.9 แสนบาท จึงจะเข้าสู่กลุ่มประเทศรายได้สูง
ขณะที่ในช่วงบ่าย "นายกฯ อนุทิน" ได้เป็นประธานในพิธีเปิดงาน OTOP Midyear 2026 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี พร้อมชวนคนไทยให้ออกมาใช้สิทธิ์ "ไทยช่วยไทยพลัส" อย่างเต็มที่ เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการไทย ซึ่งตอนนี้สถานะเศรษฐกิจไทยกำลังดีขึ้น
โดยได้มีการเดินเยี่ยมชมงาน พร้อมทักทายผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงาน และมีรายงานว่า นายกฯ ได้ซื้อเสื้อสีดำ 3 ตัวจากร้านพึ่งพา ซึ่งรายได้จะนำไปสมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย
อีกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องปากท้อง และเกี่ยวข้องกับพี่น้องเกษตรกร คือ เรื่องราคาปุ๋ย โดย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่าจะควบคุมปริมาณปุ๋ยไม่ให้ขาดแคลน รวมถึงจะดูแลราคาให้เหมาะสม แม้ขณะนี้ยังมีความไม่แน่นอนเรื่องการยุติสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งขณะนี้มีข่าวดี คือเรือขนส่งปุ๋ย 5 ลำได้ออกจากช่องแคบฮอร์มุซแล้ว 2 ลำ ส่วนอีก 1 ลำเปลี่ยนเส้นทางเป็นทางบก
โดยหลังจากนี้รัฐบาลเตรียมเดินหน้าโครงการ "แม่ปุ๋ยคนละครึ่ง" และ "เมล็ดพันธุ์คนละครึ่ง" เพื่อลดต้นทุนให้เกษตรกรอีกทางหนึ่ง