พิพัฒน์ แจงเก็บค่าไฟทาง ทำมาเป็น 10 ปี

View icon 7
วันที่ 23 มิ.ย. 2569 | 11.19 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - กลายเป็นประเด็น เมื่อ "เอกนัฏ พร้อมพันธุ์" แฉว่า ค่าไฟทางสาธารณะ ถูกนำมารวมอยู่ในบิลค่าไฟของประชาชนด้วย ขณะที่ "พิพัฒน์" ยอมรับการเก็บค่าไฟทางไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ แต่เกิดขึ้นมาหลาย 10 ปีแล้ว

"พิพัฒน์" แจงเก็บค่าไฟทาง ทำมาเป็น 10 ปี
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่า การเก็บค่าไฟทางไม่ได้เกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่เกิดขึ้นมาหลาย 10 ปี ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานหาวิธีแก้ไขปัญหา

เพื่อลดค่าไฟฟ้าให้กับประชาชน โดยจะต้องหาผู้ที่จะมาเป็นผู้ชำระแทน โดยไม่ต้องไปบวกอยู่ในค่า FT นายกฯ พยายามจะหาทุกวิถีทางเพื่อลดค่าไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ตามบ้าน

แต่หากทำไม่ได้จริง ๆ ก็จะต้องหารือกับสำนักงบประมาณว่าจะทำอย่างไร เพราะกระทรวงคมนาคมก็ไม่มีปัญญาจะไปรับผิดชอบค่าใช้จ่ายได้ เพราะตกปีละ 10,000 กว่าล้านบาท ซึ่งมากพอสมควร

ส่วนกรณีที่ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่า สามารถไปของบประมาณจากสำนักงบประมาณได้นั้น

เรื่องการของบประมาณเป็นอีกหนึ่งแนวทาง แต่จะมีคำถามต่อว่า งบประมาณที่สำนักงบประมาณเก็บมาได้เป็นของใคร มาจากไหน ซึ่งต้องให้กระทรวงพลังงานหาวิธีการมา

วานนี้ นายพรเพิ่ม ทองศรี ประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา ได้เปิดเผยเรื่องนี้ ที่ห้องแถลงข่าวสื่อมวลชน อาคารรัฐสภา

บอกว่า ค่าไฟฟ้าสาธารณะที่ถูกผลักมาให้เป็นภาระของประชาชนในแต่ละเดือน ไม่ได้มีเฉพาะค่าไฟถนน ค่าไฟทางหลวงอย่างเดียว

แต่เวลาฝนตกน้ำท่วม ต้องเปิดสวิตช์ สั่งเดินเครื่องสูบน้ำป้องกันน้ำท่วม ซึ่งค่าไฟฟ้าส่วนนี้ก็ถูกนำไปคิดรวมด้วยเช่นกัน ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมจ่ายค่าไฟสาธารณะผ่านบิลค่าไฟ แม้จะไม่เห็นรายการดังกล่าวปรากฏอย่างชัดเจน

คณะกรรมาธิการฯ เห็นว่า ค่าไฟสาธารณะ เช่น ไฟถนน ไฟทางหลวง และระบบสูบน้ำสาธารณะ ควรแยกออกจากค่าไฟของประชาชนอย่างชัดเจน ปัจจุบันค่าใช้จ่ายส่วนนี้ถูกเฉลี่ยรวมอยู่ใน "ค่าไฟฟ้าฐาน" ทำให้ประชาชนทุกครัวเรือน และภาคธุรกิจต้องร่วมรับภาระโดยไม่ทราบรายละเอียด

วิจารณ์หนัก เรียกเก็บค่าไฟฟ้าสาธารณะ จ.พิษณุโลก
ทีมข่าวสอบถามประชาชนใน จังหวัดพิษณุโลก กรณี ค่าไฟฟ้าสาธารณะ ถูกนำมาคิดรวมอยู่ในบิลค่าไฟ หน่วยละ 10 สตางค์

เสียงส่วนมากไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว เนื่องจากเป็นการใช้ไฟของหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับถนน ควรเป็นส่วนที่หน่วยงานนั้น ๆ ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่ภาระของประชาชน

ภาครัฐต้องเข้าใจว่า ประชาชนบางส่วนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง จำเป็นด้วยหรือ ? ที่ต้องมาแบกรับค่าใช้จ่ายส่วนนี้