เช้านี้ที่หมอชิต - กลายเป็นประเด็น เมื่อ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ออกมาระบุว่า ค่าไฟทาง หรือไฟสาธารณะ ถูกนำมารวมอยู่ในค่าไฟฟ้าของประชาชนด้วย
แฉปมร้อน ประชาชนจ่ายค่าไฟทางมาตลอด 39 ปี
ซึ่งคนที่สะกิดให้ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ออกมาพูดเรื่องนี้ คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่สงสัยเรื่องนี้มาตั้งแต่เมื่อครั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในสมัยรัฐบาลก่อนหน้านี้ ซึ่งขณะนั้นยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตอนนี้เมื่อได้มานั่งบริหารประเทศ จึงได้นำข้อสงสัยในตอนนั้น มาตรวจสอบอีกครั้ง
โฆษกกระทรวงพลังงาน แจงกรณีค่าไฟทาง
ซึ่งกรณีดังกล่าว นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน ได้ออกมาชี้แจงเพิ่มเติมอีกว่า ค่าไฟทางสาธารณะถูกนำไปรวมกับค่าไฟฐาน หรือราคาค่าไฟตามหน่วยที่ใช้จริง ตามมติของรัฐบาลในยุคปี 2530 ไม่ได้อยู่ในค่า FT หรือค่าไฟฟ้าที่ลอยตัวตามราคาเชื้อเพลิงอย่างที่เข้าใจตามสื่อโซเชียลฯ
ซึ่งเหตุผลที่รัฐบาลสมัยนั้นทำเช่นนี้ เพราะสมัยนั้นยังไม่มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเหมือนตอนนี้ จนกระทั่งภายหลังมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขึ้นมา ครม.จึงมีมติให้ยกเว้นค่าไฟสาธารณะในอัตราไม่เกินร้อยละ 10 ของหน่วยจำหน่าย หากเกิน อบต., อบจ. หรือเทศบาลนั้น ๆ ต้องจ่ายเพิ่มเอง
แต่การคิดค่าไฟฐาน ก็ยังไม่มีการนำเอาค่าไฟสาธารณะส่วนนี้ออกไป และในปี 2558 ก็เพิ่มภาระค่าไฟทุกบ้าน ประมาณ 4 สตางค์/หน่วย ปี 2562 เพิ่มภาระค่าไฟทุกบ้านประมาณ 7 สตางค์/หน่วย, ปี 2569 คาดการณ์จะเพิ่มค่าไฟทุกบ้านประมาณ 10 สตางค์/หน่วย ทำให้ค่าไฟฐานในปัจจุบันอยู่ที่ 3.95 บาท/หน่วย
โดยสรุป ประเทศไทยใช้ไฟสาธารณะเดือนละ 16,000 ล้านหน่วย หรือ 1,600 ล้านบาท ดังนั้น ค่าไฟสาธารณะ 1 ปี คิดเป็นเงินประมาณ 19,000 ล้านบาท
แล้วแต่ละเดือน ประชาชนต้องรับผิดชอบมากน้อยแค่ไหน สมมุติตัวอย่าง
บ้านขนาดเล็ก หรือห้องเช่า มีพัดลม ไม่มีแอร์ ใช้ไฟอยู่ที่ประมาณ 100 หน่วย หรือคิดเป็นค่าไฟสาธารณะ ที่บ้าน หรือห้องเช่าหลังนี้ต้องจ่าย คือ 10 บาท/เดือน
บ้านทาวน์เฮาส์ทั่วไป มีแอร์ 1 ตัว เปิดเฉพาะกลางคืน ใช้ไฟประมาณ 300 หน่วย หรือคิดเป็นเงินสาธารณะที่บ้านหลังนี้ต้องจ่าย 30 บาท/เดือน
บ้านเดี่ยวขนาดกลาง มีแอร์ 2-3 ตัว ตู้เย็น และโทรทัศน์ เฉลี่ยใช้ไฟอยู่ประมาณ 600 หน่วย บ้านหลังนี้ต้องจ่ายเงินค่าไฟสาธารณะ 60 บาท/เดือน
และบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ เปิดแอร์ทั้งวัน มีรถ EV เฉลี่ยใช้ไฟ 1,200 หน่วย บ้านหลังนี้ต้องจ่ายเงินค่าไฟสาธารณะ 120 บาท/เดือน
โฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวอีกว่า กรณีดังกล่าว นายกรัฐมนตรีได้เร่งให้มีการแก้ไข พยายามให้แล้วเสร็จภายในเดือนนี้ โดยแบ่งเป็นแผนระยะสั้น โดยค่าไฟฟ้าเดือนกรกฎาคม จนถึงกันยายนนี้ อาจจะต้องให้การไฟฟ้าภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าฝ่ายผลิต รับผิดชอบเงินส่วนนี้ไปก่อน
หลังจากนั้น ในปีงบประมาณหน้า ตั้งแต่เดือนตุลาคม เป็นต้นไป อาจให้หน่วยงานที่ใช้ไฟฟ้าสาธารณะ อาทิ อปท., กรมทางหลวง, กรมทางหลวงชนบท และหน่วยงานแต่ละแห่ง รับผิดชอบค่าไฟสาธารณะ
ซึ่งปัจจุบัน อปท.ทั่วประเทศ ใช้ไฟฟ้าสาธารณะอยู่ที่ 1,500 ล้านหน่วย ส่วนกรมทางหลวงทั้ง 2 แห่ง ใช้ไฟฟ้าสาธารณะอยู่ที่ 2,400 ล้านหน่วย ส่วนที่เหลือเป็นของหน่วยงานอื่น
นอกจากนี้ยังต้องมีการวางแผนเพิ่มเติม เช่น การติดตั้งมิเตอร์ตามถนน และพื้นที่ใช้ไฟสาธารณะเพิ่มเติม เพื่อให้คิดค่าไฟได้ถูกต้อง
ด้าน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงพลังงาน หาวิธีแก้ไขปัญหา เพื่อลดค่าไฟฟ้าให้กับประชาชน โดยจะต้องหาผู้ที่จะมาเป็นผู้ชำระแทน และนายกฯ พยายามจะหาทุกวิถีทาง เพื่อลดค่าไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ตามบ้าน
แต่หากทำไม่ได้จริง ๆ ก็จะต้องหารือกับสำนักงบประมาณว่าจะทำอย่างไร เพราะกระทรวงคมนาคม ก็ไม่มีปัญญาจะไปรับผิดชอบค่าใช้จ่ายได้ เพราะตกปีละ 10,000 กว่าล้านบาท ซึ่งมากพอสมควร
ขณะที่ นายกรัฐมนตรี ที่ออกมายืนยันว่าจะไม่มีการผลักภาระไปให้ประชาชน แต่ต้องมีการศึกษารายละเอียด และหารือเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว