พ่อเหยื่อ ติ๊ก ชิโร่ ไม่สบายใจ เนื่องจากมองว่าบทลงโทษจำคุก 2 ปี เป็นโทษที่ค่อนข้างน้อย แต่ยอมรับคำพิพากษา ส่วนเงินเยียวยายังตกลงกันไม่ได้ และยินดีไกล่เกลี่ย แม้ติ๊กจะไม่ติดต่อมานานถึง 2 ปี
วันนี้ (24 มิ.ย.69) ที่ห้องพิจารณาคดี 301 ศาลอาญามีนบุรี ถนนสีหบุรานุกิจ ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ. 5405/2568 ที่พนักงานอัยการ เป็นโจทก์ ฟ้องนายมนัสวิน หรือศักดิ์ นันทเสน หรือ ติ๊ก ชิโร่ อายุ 64 ปี นักร้องชื่อดัง เป็นจำเลย ในความผิดฐานขับขี่รถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย
กรณีเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2567 เวลา 04.00 น. นายมนัสวิน จำเลยขับรถตู้สีดำ พุ่งชนรถจักรยานยนต์ บริเวณสะพานข้ามถนนเทพรักษ์ ถนนสุขาภิบาล 5 แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ เป็นเหตุให้ น.ส.เทียรพร หรือเมจิ อายุ 28 ปี เสียชีวิต และนายจักรภัทร หรือจูเนียร์ อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปี 2 คณะมนุษยศาสตร์ มศว.ประสานมิตร น้องชายของ น.ส.เทียรพรได้รับบาดเจ็บสาหัสร่างตกจากสะพาน ความสูง 10 เมตร เข้ารักษาตัวที่ รพ.ภูมิพลฯ และเสียชีวิตในวันที่ 18 มี.ค.2568 โดยขณะเกิดเหตุนายมนัสวินจำเลยมีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย 151-166 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ที่กฎหมายกำหนด
โดย ติ๊ก ชิโร่ และครอบครัวผู้เสียชีวิต ไม่ได้มีการทักทายกัน โดยนั่งอยู่คนละฝั่งของบัลลังก์ หลังศาลอ่านคำพิพากษาแล้ว พนักงานราชทัณฑ์ได้มีการเชิญตัว ติ๊ก ชิโร่ ไปยังใต้ถุนศาลอาญามีนบุรีเพื่อทำเรื่องขอประกันตัว
หลังจากฟังคำพิพากษา นายจีรวัฒน์ ศิวพรพิทักษ์ บิดาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า แม้จะน้อมรับคำตัดสินของศาล แต่ยังรู้สึกไม่สบายใจ เนื่องจากมองว่าบทลงโทษจำคุก 2 ปี เป็นโทษที่ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับการสูญเสียชีวิตของคนถึง 2 คน อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะหารือกับทนายความ เพื่อพิจารณาแนวทางทางกฎหมาย และศึกษารายละเอียดว่ามีประเด็นใดที่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้บ้าง
ส่วนกรณีเรื่องเงินเยียวยา ยืนยันว่า ที่ผ่านมาระยะเวลาเกือบ 2 ปี ติ๊ก ชิโร่ ไม่เคยติดต่อมา แต่ยอมรับว่ามีการเยียวยาค่าปลงศพและค่ารักษาพยาบาลจริง แต่เป็นจำนวนเงิน 250,000 บาท ซึ่งรวมกับเงิน พ.ร.บ.รถ และเงินที่ได้จากการเล่นคอนเสิร์ต สำหรับเงินจำนวน 500,000 บาท ที่นำมาวางต่อศาลในวันนี้ หากรวมกับเงินที่เคยจ่ายก่อนหน้านี้ จะทำให้ยอดเงินช่วยเหลือทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านบาท ไม่ใช่ 3.5 ล้านบาทตามที่มีการกล่าวอ้าง
ขณะที่ประเด็นการฟ้องร้องทางแพ่ง นายจีรวัฒน์ ระบุว่า ตัวเลขค่าเสียหาย 24 ล้านบาทที่ปรากฏตามข่าวนั้นไม่ใช่ยอดเรียกร้องที่แท้จริง แต่เป็นเพียงการคำนวณมูลค่าความเสียหายตามหลักกฎหมาย โดยขณะนี้ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถตกลงกันได้ แม้คดีจะอยู่ในชั้นพิจารณาของศาลแพ่งแล้วก็ตาม แต่ส่วนตัวก็ยินดีจะเจรจา โดยจะต้องหารือกับทนายความถึงตัวเลขที่เหมาะสมอีกครั้ง
นอกจากนี้ ยังติดใจเรื่องของปริมาณเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์ไม่ได้ตรวจทันทีในตอนที่เกิดเหตุ แต่เป็นการตรวจย้อนหลังไป 7 ชั่วโมง ทำให้ปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ 106 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งตนไม่รู้ว่า จะมีผลตามข้อกฎหมายหรือไม่เพราะตัวเลขห่างกันเยอะ หากมีการตรวจแอลกอฮอล์ณที่เกิดเหตุทันที อาจจะสูงกว่า 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์