สหประชาชาติเตรียมปฏิบัติการครั้งใหญ่ เพื่ออพยพลูกเรือที่ติดค้างอยู่ที่อ่าวเปอร์เซีย ตั้งแต่ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้น ขณะที่ สหรัฐฯ ยืนยันจะไม่ยอมให้อิหร่านเก็บค่าผ่านทาง
โฆษกสหประชาชาติ เปิดเผยว่า องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ซึ่งเป็นหน่วยด้านการเดินเรือของสหประชาชาติ กำลังเตรียมแผนการอพยพครั้งใหญ่เพื่อช่วยเหลือลูกเรือประมาณ 11,000 คน ที่ติดอยู่บนเรือในอ่าวเปอร์เซียให้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถูกอิหร่านปิดกั้นในช่วงสงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอล หลังมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยปฏิบัติการดังกล่าวจะเป็นความร่วมมือระหว่างอิหร่าน, โอมาน, สหรัฐฯ, ชาติอื่น ๆ ในภูมิภาคที่ตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่ง และภาคอุตสาหกรรมทางทะเล
ขณะเดียวกัน มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าววานนี้ (23 มิ.ย.) ระหว่างเดินทางไปร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ของคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (Gulf Cooperation Council) ว่าในข้อตกลงขั้นสุดท้ายกับสหรัฐฯ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการเจรจา อิหร่านจะไม่สามารถเรียกเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซได้ เพราะการกระทำดังกล่าวจะถือว่าขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ
ส่วนประเด็นโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ อ้างก่อนหน้านี้ว่าอิหร่านยินยอมให้มีการตรวจสอบโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านได้นั้น โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านออกมาตอบโต้ว่า เจ้าหน้าที่ของอิหร่านไม่ได้จัดการประชุมกับทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ที่สวิตเซอร์แลนด์ และไม่มีแผนให้หน่วยงานตรวจสอบนิวเคลียร์ของสหประชาชาติเข้ามาตรวจสอบโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านที่ได้รับเสียหายจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ ออกมาตอบโต้และยืนยันอีกครั้งว่าอิหร่านตกลงแล้วว่าจะให้มีการตรวจสอบโครงการนิวเคลียร์ ไม่ว่าทางการอิหร่านจะพูดเช่นใดก็ตามเพื่อกล่อมประชาชนในประเทศตนเอง