วิ่งไล่จับคนร้ายลักสายไฟฟ้า จ.ชลบุรี

View icon 12
วันที่ 25 มิ.ย. 2569 | 06.45 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - ตำรวจบ้านบึง นำหมายจับเข้าไปแสดงตัว เพื่อจับกุมผู้ต้องหาลักลอบตัดสายไฟฟ้า โดยระหว่างที่เจ้าหน้าที่แสดงตัว และถามว่าใช่ตัวผู้ต้องหาหรือไม่ เกิดอะไรขึ้น ไปชมพร้อมกัน

เป็นภาพตำรวจบ้านบึง นำหมายจับแสดงตัวเข้าจับกุม นายชัชรินทร์ และนายนัตพงศ์ ผู้ต้องหาที่ลักลอบตัดสายไฟ ภายในร้านรับส่งพัสดุแห่งหนึ่ง แต่นายชัชรินทร์ ไหวตัวทัน และรีบกระโดดออกทางหน้าต่าง และวิ่งหลบหนีการจับกุม แต่ไม่รอด ถูกตำรวจควบคุมตัวไว้ได้

จากนั้นตำรวจได้ควบคุมตัว นายชัชรินทร์ ไปจับกุม นายนัตพงศ์ ผู้ต้องหาอีกคน ที่กำลังนั่งพักอยู่ในห้อง ก่อนควบคุมตัวทั้งสองไปสอบปากคำ

สำหรับการจับกุมครั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน และนายณัฐวุฒิ ได้ร่วมกันตัดสายไฟ จำนวน 4 เส้น ยาวเส้นละ 16 เมตร ในพื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบลหนองไผ่แก้ว อำเภอบ้านบึง และตำรวจได้ติดตามไปจับกุม นายณัฐวุฒิ ที่บ้านในพื้นที่หมู่ที่ 6 บ้านโค้งดารา ตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา พร้อมของกลางเป็นรถกระบะที่ใช้ก่อเหตุ ที่จอดอยู่ในบ้านนายณัฐวุฒิ

และจากการสอบปากคำ นายณัฐวุฒิ ได้ให้การซัดทอดนายชัชรินทร์ และนายนัตพงศ์ ตำรวจจึงได้ขอศาลออกหมายจับ และนำเข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าว

คนร้ายย่องลักอุปกรณ์ช่าง-สายไฟฟ้า จ.ฉะเชิงเทรา
ส่วนอีกเหตุการณ์ กล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ในบ้านพักแห่งหนึ่ง ในพื้นที่หมูที่ 13 ตำบลท่าไข่ อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่บันทึกภาพคนร้ายเป็นชาย รูปร่างผอม ย่องเข้าโรงเก็บของกลางดึก ก่อนเดินเลือกหยิบสายไฟฟ้า และอุปกรณ์ช่างที่ต้องการอย่างใจเย็น ใส่ถุงดำที่เตรียมมา เมื่อได้ของที่ต้องการแล้ว จึงรีบหลบหนีออกไป

ทีมข่าวลงพื้นที่พบกับ นายประมวล อายุ 65 ปี เจ้าของบ้าน และนางสาวบุรินทร์นาถ ลูกสาว ที่เล่าให้ฟังว่า เมื่อประมาณ 3 เดือนก่อน เคยถูกคนร้ายเข้ามาขโมยสายไฟทองแดงทั้งมัด มูลค่ากว่า 7,000 บาทไป รวมถึงสว่าน จำนวน 3 ตัว, เครื่องเจียร 1 เครื่อง, ปั๊มน้ำ และมอเตอร์ไฟฟ้า รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 20,000 บาท

นายประมวล จึงให้ลูกสาวไปซื้อและติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ กระทั่ง นายประมวล จะนำอุปกรณ์ออกมาใช้งานเชื่อมเหล็ก กลับพบว่าหัวเชื่อมและสายไฟที่ตู้เชื่อมหายไปอีก จึงให้ลูกสาวเปิดกล้องวงจรปิดดู พบว่าคนร้ายเข้ามาก่อเหตุเมื่อเวลาประมาณ 02.20 น. คืนวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งตัวนางสาวบุรินทร์นาถ ไม่แน่ใจว่าใช่คนร้ายรายเดียวกันหรือไม่

ซึ่งนางสาวบุรินทร์นาถ จะได้พาพ่อนำหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด เข้าแจ้งความกับตำรวจ เพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง