วันนี้ (25 มิ.ย. 69) เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ (14 มิ.ย.69) ที่ผ่านมา ที่ร้านขายห่อหมก ริมถนนสายบ้านแพรก–ลพบุรี หมู่ 3 ต.บ้านแพรก อ.บ้านแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับ นางพัชราภรณ์ อายุ 42 ปี เจ้าของร้าน ซึ่งเป็นผู้เสียหาย เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุมีหญิงอายุประมาณ 30-35 ปี แต่งกายดี ขับรถยนต์มาจอดห่างจากร้านราว 100 เมตร โดยมีรถกระบะตอน สีขาวจอดอยู่ด้านหลัง ก่อนเดินเข้ามาสั่งซื้อห่อหมกจำนวน 4 ห่อ
หลังสั่งสินค้าเสร็จ หญิงคนดังกล่าวได้ทำทีเป็นสแกน QR Code เพื่อชำระเงิน แต่ไม่ได้สอบถามยอดเงิน หรือยืนยันชื่อบัญชีผู้รับเงินเหมือนลูกค้าทั่วไป จากนั้นก็รับถุงห่อหมกและรีบเดินกลับไปที่รถ ก่อนนำห่อหมกไปวางไว้ท้ายรถกระบะที่จอดอยู่ใกล้กัน
เจ้าของร้านเล่าว่า ขณะนั้นตนเข้าใจว่าระบบธนาคารอาจแจ้งเตือนล่าช้า จึงไม่ได้กล้าทวงถามเพราะเกรงใจลูกค้า แต่เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 5 นาที ยอดเงินก็ยังไม่เข้าบัญชี จึงพยายามจะเดินไปสอบถาม ทว่าหญิงคนดังกล่าวได้รีบขับรถออกจากพื้นที่ไปแล้ว
หลังเกิดเหตุ ตนยังเฝ้ารอด้วยความหวังว่าลูกค้าอาจลืมกดยืนยันการโอนเงิน และจะโอนเงินค่าสินค้ากลับมาในภายหลัง แต่เวลาผ่านมากว่า 10 วัน ก็ยังไม่มีการชำระเงินแต่อย่างใด จึงเชื่อว่าหญิงคนดังกล่าวมีเจตนาหลอกซื้อสินค้าโดยไม่จ่ายเงิน
นางพัชราภรณ์ กล่าวว่า แม้มูลค่าความเสียหายจะเพียง 200 บาท แต่สำหรับคนค้าขายหาเช้ากินค่ำ กว่าจะขายของได้แต่ละวันไม่ใช่เรื่องง่าย จึงรู้สึกเสียใจที่ถูกกระทำในลักษณะดังกล่าว
ทั้งนี้ กล้องวงจรปิดภายในร้านสามารถบันทึกภาพพฤติกรรมของหญิงผู้ก่อเหตุไว้ได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่ช่วงเดินเข้ามาสั่งซื้อสินค้า ทำทีสแกนจ่ายเงิน รับสินค้า และเดินกลับไปยังรถ ก่อนขับออกจากพื้นที่ โดยเจ้าของร้านได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดมาเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนภัยแก่พ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการรายอื่นให้เพิ่มความระมัดระวังในการรับชำระเงินผ่านระบบออนไลน์
อย่างไรก็ตาม เจ้าของร้านยังไม่ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี แต่ต้องการนำเรื่องราวมาเผยแพร่เพื่อเตือนภัย และหวังว่าผู้ก่อเหตุจะไม่ไปก่อเหตุในลักษณะเดียวกันกับร้านค้าอื่นอีก