รุทธพล เผย เส้นเงินถึง ภาวุธ ไม่ใช่บริษัทเทรดทอง รอผลสอบเงินบริจาคถึงพรรคประชาชนหรือไม่

รุทธพล เผย เส้นเงินถึง ภาวุธ ไม่ใช่บริษัทเทรดทอง รอผลสอบเงินบริจาคถึงพรรคประชาชนหรือไม่

View icon 50
วันที่ 25 มิ.ย. 2569 | 18.01 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
สส.ภูมิใจไทย ตั้งกระทู้ถามปม Forex “รุทธพล” แจง เส้นเงินถึง “ภาวุธ” ไม่ใช่บริษัทเทรดทอง รอผลสอบเงินบริจาคถึงพรรคประชาชนหรือไม่ สั่ง เร่งหน่วยงานตรวจสอบรายงานความคืบหน้าทุก 15 วัน ระบุ ยังไม่แจ้งข้อหาใคร

วันนี้ (25 มิ.ย.69) นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ตั้งกระทู้ถามสดถึง พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ถึงการดำเนินการในคดีชักชวนลงทุน Forex ที่มีผู้เสียหายจำนวนมาก หลังดีเอสไอแถลงเปิดรายชื่อผู้ต้องสงสัยเข้าข่ายกระทำความผิดเชื่อมโยงดารา นักร้อง รวมถึงนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนด้วย ดังนั้น คดีนี้อยู่ในความสนใจของประชาชน กระทรวงยุติธรรม ได้รวบรวมพยานหลักฐานถึงขั้นใดแล้ว และมั่นใจว่า จะสามารถนำคนผิดมาลงโทษได้หรือไม่ รวมถึงประชาชนที่ได้รับความเสียหาย จะได้รับการเยียวยาอย่างไร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ดีเอสไอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รวบรวมหลักฐานจากการที่มีประชาชนมาร้องเรียน นานกว่า 6 เดือนจนมีความชัดเจน ยอมรับว่า คดีมีความซับซ้อน เพราะมีนอมินี และการแบ่งหน้าที่กันทำ มีการใช้ทรัพย์สินดิจิทัล มีบริษัทหลายชั้นหลายช่วงในการถ่ายโอนทรัพย์สินเป็นทอด ๆ รวมถึงสินทรัพย์ดิจิทัล และถ่ายโอนไปต่างประเทศ ส่วนรูปคดีที่มีการแบ่งหน้าที่กันทำนั้น แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ผู้ชักชวน, โบรกเกอร์ และเพย์เมนท์ โดยมีบริษัทโบรกเกอร์ 4 แห่งใหญ่ ๆ เกี่ยวข้อง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เฝ้าติดตาม และใช้ความพยายามในการปฏิบัติการ

ส่วนประชาชนจะได้รับการเยียวยามากน้อยเพียงใด  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า ดีเอสไอได้รับเป็นคดีพิเศษ และได้ออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล ในวันที่ 2 ก.ค. ซึ่งหากมีความพร้อม ขอให้ติดต่อพนักงานสอบสวน และ 2-3 วันก่อนบริษัทโบรกเกอร์ได้ติดต่อเข้าให้ข้อมูลแล้ว ทำให้ดีเอสไอทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องบ้าง แต่เบื้องต้น ยังไม่มีการแจ้งข้อหา และต้องการผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงแสดงหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่ ขณะที่ดีเอสไอได้ประสาน ปปง.ให้ตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดด้วย

นายบุญจง ยังถามถึงกรณีที่มี สส.เข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งแม้จะยังไม่ใช่ผู้ต้องหา แต่มีผู้ร้องเรียนต่อ กกต.ให้สอบสวนว่า เงินจากการกระทำผิด ได้ถูกโอนไปสนับสนุนพรรคการเมืองที่เป็นพรรคต้นสังกัดหรือไม่ และประชาชนต้องการทราบความเชื่อมโยงของ สส.ว่า ดีเอสไอได้ตรวจค้นว่า สส.คนดังกล่าว มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด Forex หรือไม่ ปัจจุบันข้อมูลได้โยงถึงบุคคลดังกล่าวเพียงใด และมีเส้นเงินจากการกระทำผิดของบริษัทต่าง ๆ ได้ส่งไปยังพรรคการเมืองดังกล่าวหรือไม่ และหากพบเงินกระทำความผิด จะติดตามนำเงินคืนให้กับประชาชนอย่างไร

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ความเชื่อมโยงถึง นายภาวุธ และพรรคประชาชนนั้น มีเส้นเงินบางเส้นเงินโอนมาถึงนายภาวุธ จำนวน 14 ครั้ง ครั้งละ 2,000,000 บาท โดยไม่ใช่บริษัทที่นายภาวุธ อ้างว่ามีการเทรดทอง และทราบว่า นายภาวุธ เคยเป็นกรรมการบริหารบริษัทที่เกี่ยวข้อง 2 บริษัท ทำให้มีการตั้งข้อสงสัย ส่วนเรื่องเส้นเงินนั้น ดีเอสไอ และ ปปง.จะได้เร่งดำเนินการสอบสวนอย่างเต็มที่ โดยธุรกรรมทางการเงินค่อนข้างมากถึง 80,000 ธุรกรรม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังสังเคราะห์ แต่เชื่อว่า จะใช้เวลาไม่นาน และตนได้ให้หน่วยงานรายงานให้กระทรวงฯ ทราบทุก 15 วัน ส่วนมีเส้นเงินถึงพรรคประชาชนหรือไม่นั้น ขอใช้เวลาในการตรวจสอบก่อน

ส่วนทรัพย์ต่าง ๆ หากศาลสั่งยึด ผู้เสียหายมีสิทธิได้รับทรัพย์คืนผ่านการเฉลี่ยทรัพย์ ซึ่งขั้นตอนนี้ ศาลจะเป็นผู้ดำเนินการหลังคดีอาญาเสร็จสิ้น

นายบุญจง ยังได้ถามอีกว่า กระทรวงยุติธรรม และ ดีเอสไอมีมาตรการป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อจากการถูกหลอกลวงซ้ำ หรือรู้ตัวก่อนถูกหลอกอย่างไรนั้น หรือสามารถร้องเรียนความเสียหายได้อย่างไรบ้าง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ชี้แจงว่า วิธีการการหลอกลวง กลุ่มผู้ชักชวนและโบรกเกอร์มักนำพอร์ตกำไรมาจูงใจ หรือนำบุคคลที่มีชื่อเสียงมาโฆษกชวนเชื่อ เช่น กรณีที่มีคลิปวีดิโอที่หลุดมาตามโซเชียลมีเดีย ซึ่งศาลจะเป็นผู้ชี้ชัดว่า จะเป็นนักเทรด การชวนลงทุน หรือโฆษณาชวนเชื่อ ซึ่งจะต้องพิสูจน์ในชั้นศาล และการป้องกันนั้น นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งตั้งคณะทำงานในการป้องกัน ปราบปราม และตรวจสอบเส้นเงิน ซึ่งทั้ง 3 ส่วนได้ประสานการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อประชาสัมพันธ์ป้องกันความเสียหาย โดยผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นอายุไม่มาก และกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้นิ่งนอนใจ และพยายามป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานี้อีก