สนามข่าวกีฬา - ผลฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อคืนที่ผ่านมา เอกวาดอร์ พลิกล็อกเอาชนะ เยอรมนี ได้ลุ้นผ่านเข้ารอบเป็นอันดับ 3 ที่ดีที่สุด
รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม อี
เอกวาดอร์ ชนะ เยอรมนี โดย เยอรมนี ขึ้นนำก่อนจาก ลีรอย ซาเน่ นาทีที่ 2 แต่หลังจากนั้น เอกวาดอร์ ยิงคืน 2 ประตูรวดจาก นิลสัน อังกูโล่ นาทีที่ 9 และ กอนซาโล่ พลาต้า นาทีที่ 77
ส่วนผลอีกคู่ กือราเซา แพ้ ไอวอรี่ โคสต์ 0-2 ได้ประตูจาก นิโกลาส์ เปเป้ คนเดียว 2 ประตู นาทีที่ 7 และ 64
สรุปตารางคะแนน กลุ่ม อี
เยอรมนี ผ่านเข้ารอบเป็นที่ 1 แข่ง 3 นัด มี 6 คะแนน เท่ากับ ไอวอรี่ โคสต์ แต่เฮดทูเฮดดีกว่า
เอกวาดอร์ อยู่ที่ 3 มี 4 คะแนน ยังต้องลุ้นเข้ารอบเป็นที่ 3 ที่ดีที่สุด 1 ใน 8 ทีม
กือราเซา มีคะแนนเดียว ตกรอบ
ผลกลุ่ม เอฟ
ญี่ปุ่น เสมอ สวีเดน 1-1 ญี่ปุ่น นำก่อนจาก ไดเซน มาเอดะ นาทีที่ 56 สวีเดน ตามตีเสมอจาก แอนโทนี่ อีลังก้า นาทีที่ 62
ตูนิเซีย แพ้ เนเธอร์แลนด์ 1-3 เนเธอร์แลนด์ ได้ประตูจากการทำเข้าประตูตัวเองของ เอลเยส สคิรี่ นาทีที่ 3, ไบรอัน บร็อบบี้ นาทีที่ 7 และ ยาน พอล ฟาน เฮคเค่ นาทีที่ 62 ตูนีเซีย ได้ประตูตีไข่แตกจาก ฮาเซ็ม มาซตูรี่ นาทีที่ 54
สรุปตารางคะแนน กลุ่ม เอฟ
เนเธอร์แลนด์ เป็นที่ 1 ของกลุ่ม แข่ง 3 นัด มี 7 คะแนน
ญี่ปุ่น เป็นที่ 2 มี 5 คะแนน
สวีเดน มี 4 คะแนน ลุ้นเข้ารอบเป็นที่ 3 1 ใน 8 ทีม
ตูนีเซีย ไม่มีคะแนน ตกรอบ
และอีก 2 คู่ ในกลุ่ม ดี แข่งในเวลา 09.00 น. ตุรกี vs สหรัฐฯ และ ปารากวัย vs ออสเตรเลีย
สำหรับโปรแกรมคืนนี้ มีอีก 6 คู่
กลุ่ม ไอ
นอร์เวย์ vs ฝรั่งเศส
เซเนกัล vs อิรัก แข่งขันเวลา 02.00 น.
กลุ่ม เอช
เคปเวิร์ด vs ซาอุดีอาระเบีย
อุรุกวัย vs สเปน เวลา 07.00 น.
กลุ่ม จี
อียิปต์ vs อิหร่าน
นิวซีแลนด์ vs เบลเยียม แข่งขันในเวลา 10.00 น.
คู่ที่จะเอามาพรีวิว ฮาลัน ปะทะ ประธานเป้ นั่นคือ นอร์เวย์ พบ ฝรั่งเศส
ทั้ง 2 ทีมเข้ารอบแล้ว มี 6 คะแนนเท่ากัน เข้ารอบแน่นอนแล้ว แย่งเป็นแชมป์กลุ่ม ฝรั่งเศส เป็นทีมนำ ประตูได้เสียนำ นอร์เวย์ อยู่เพียงประตูเดียว รอบแรก นอร์เวย์ โชว์เกมรุกที่ดุดัน โดย เออร์ลิง ฮาแลนด์ จากแมนเชสเตอร์ ซิตี ยิง 2 ประตู ช่วยให้ทีม เอาชนะ อิรัก 4-1 นัดที่ 2 ชนะ เซเนกัล หวุดหวิด 3-2 เก็บได้ 6 คะแนน
จูเลียน ไรเออร์สัน กองหลังของ ดอร์ทมุนด์ ได้รับบาดเจ็บและต้องออกจากสนามหลังจากลงเล่นไปเพียง 13 นาที ในเกมพบกับเซเนกัล โอกาสที่จะลงสนามได้น้อยมาก โดย มาร์คัส เปเดอร์เซน จะเข้ามาแทนที่ ขณะที่ ฮาแลนด์ ที่ทำไป 4 ประตู ใน 2 นัดแรก ทำให้กลายเป็นผู้ทำประตูสูงสุดอันดับ 2 ร่วม ในทัวร์นาเมนต์นี้ และคือตัวอันตรายของ นอร์เวย์ อย่างแท้จริง
ส่วนฝรั่งเศส ทีมของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ขึ้นนำเร็วจากประตูของ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ ก่อนจะปิดเกมในครึ่งหลัง เอาชนะ อิรัก 3-0 ส่งผลให้ขึ้นไปอยู่อันดับ 1 ของกลุ่ม ประเด็นสำคัญคือการคัดเลือกตัวผู้เล่นตำแหน่งกองหน้า โดยสองผู้เล่นจากปารีส แซงต์-แชร์แมง อย่าง บาร์โคลา และ เดซิเร ดูเอ ลงเล่นไปแล้วคนละ 1 นัด แม้ว่า ดูเอ จะเล่นได้ไม่ดีเท่าที่ควรในเกมกับ อิรัก ก็ตาม
มานู โคเน่ และ ลูคัส ดิญญ์ ทำผลงานได้ดี ในตำแหน่งกองกลางตัวรุก และแบ็กซ้าย ทำให้เดาได้ยากว่า ออเรเลียน ชูอาเมนี หรือ ธีโอ เอร์นานเดซ จะสามารถแย่งตำแหน่งตัวจริงกลับคืนมาได้หรือไม่ เอ็มบัปเป้ ทำไป 4 ประตู พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่า เขาคือกำลังสำคัญของเดส์ชองส์ ในเวทีระดับโลก และเขากระหายที่จะไล่ตามสถิติของ ลิโอเนล เมสซี ในฐานะผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลในฟุตบอลโลก