สหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย รวมตัวเกษตรกรชาวไร่อ้อยจากหลายจังหวัด ชุมนุมที่หน้ากระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อทวงถามความคืบหน้าการจ่ายเงินสนับสนุนอ้อยสด อัตรา 120 บาทต่อตัน หลังรัฐบาลเคยขอความร่วมมือให้ชาวไร่งดเผาอ้อยและรับปากว่าจะให้การสนับสนุนดังกล่าว แต่จนถึงขณะนี้ แม้จะสิ้นสุดฤดูหีบอ้อยตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ชาวไร่ยังไม่ได้รับเงินแม้แต่รายเดียว
ตัวแทนชาวไร่ระบุว่า การตัดอ้อยสดมีต้นทุนสูงกว่าการตัดอ้อยไฟไหม้ ต้องลงทุนซื้อเครื่องจักรและกู้ยืมเงินเพื่อดำเนินการตามนโยบายของรัฐ ส่งผลให้ประเทศไทยสามารถลดสัดส่วนอ้อยไฟไหม้เหลือเพียง 3.8 % ซึ่งถือว่าต่ำมาก แต่กลับยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือตามที่รัฐบาลให้คำมั่นไว้ ทำให้หลายคนรู้สึกเหมือนถูกหลอก และหากยังไม่มีความคืบหน้า อาจยกระดับการชุมนุมด้วยการนำรถบรรทุกเข้ากรุงเทพมหานคร พร้อมกล่าวขออภัยประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบด้านการจราจร แต่ยืนยันว่าชาวไร่อ้อยกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก
ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงมารับหนังสือข้อเรียกร้องด้วยตนเอง พร้อมกล่าวขออภัยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม พร้อมยอมรับว่า หากชาวไร่อ้อยไม่เดือดร้อนจริงก็คงไม่ออกมาเรียกร้องในครั้งนี้
นายวราวุธกล่าวว่า ขอขอบคุณเกษตรกรชาวไร่อ้อยทั่วประเทศที่ร่วมมือกับรัฐบาลจนสามารถสร้างสถิติใหม่ ลดอ้อยไฟไหม้เหลือเพียง 3.8% และหากไม่นับกรณีการลักลอบเผาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน จะเหลือเพียง 3.5% ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในโลก พร้อมยืนยันว่าจะเร่งติดตามงบประมาณสำหรับเงินสนับสนุน 120 บาทต่อตัน เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับชาวไร่อ้อย โดยย้ำว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และเชื่อมั่นว่ากระทรวงอุตสาหกรรมจะไม่ทอดทิ้งเกษตรกร
สำหรับการชุมนุมครั้งนี้ เป็นการยื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือชาวไร่อ้อยในฤดูการผลิตปี 2568-2569 ตามที่เคยรับปากไว้ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรงดเผาอ้อยก่อนการเก็บเกี่ยว
ก่อนหน้านี้ สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมได้ประกาศให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานนอกสถานที่เป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากพื้นที่ภายในกระทรวงไม่สามารถรองรับผู้ชุมนุมจำนวนมากได้ พร้อมยืนยันว่ากระทรวงยังเดินหน้าดูแลเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง โดยได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือผ่านคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) แล้ว 2 มาตรการ ได้แก่ การสนับสนุนการปรับปรุงอุปกรณ์และเครื่องจักรกลการเกษตร อัตรา 31 บาทต่อตันอ้อยสด และการสนับสนุนเกษตรกรที่ไม่ลักลอบเผาอ้อยก่อนเก็บเกี่ยว อัตรา 40 บาทต่อตันอ้อย ซึ่งจ่ายผ่านโรงงานน้ำตาล
นอกจากนี้ กระทรวงเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณามาตรการเพิ่มเติม ได้แก่ เงินจูงใจการเก็บเกี่ยวอ้อยสด 100% อัตรา 69 บาทต่อตัน เงินสนับสนุนการสร้างรายได้จากใบและยอดอ้อย อัตรา 300 บาทต่อตันใบอ้อย รวมถึงมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ไม่เผาแปลงอ้อยหลังการเก็บเกี่ยว อัตรา 300-500 บาทต่อไร่ เพื่อดูแลชาวไร่อ้อยที่มีคู่สัญญากับโรงงานน้ำตาลทั่วประเทศกว่า 140,000 ราย