“คิม จอง-อึน” ผู้นำเกาหลีเหนือ ลุยดูแลการทดสอบอาวุธด้วยตนเอง มีทั้งระบบเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องที่อัปเกรดมาใหม่, ขีปนาวุธนำวิถี และปืนใหญ่อัตตาจร ซึ่งมีเป้าหมายคือการป้องกันชายแดนที่ติดกับเกาหลีใต้
วันนี้ (26 มิ.ย. 69) สำนักข่าว KCNA ของรัฐบาลเกาหลีเหนือ รายงานว่า “คิม จอง-อึน” ผู้นำเกาหลีเหนือ ลุยกำกับดูแลการทดสอบอาวุธด้วยตนเองเมื่อวานนี้ (25 มิ.ย. 69) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายในการพัฒนาโครงการขีปนาวุธให้ทันสมัย และเสริมกำลังทางทหารตามแนวชายแดนติดกับเกาหลีใต้
โดยการทดสอบอาวุธดังกล่าวมีขึ้นในวันครบรอบของสงครามเกาหลี (ปี ค.ศ.1950–1953) ซึ่งการทดสอบอาวุธมีทั้งระบบเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องขนาด 240 มม. แบบ 24 ท่อยิงรุ่นปรับปรุงใหม่, ขีปนาวุธนำวิถีทางยุทธวิธี และปืนใหญ่อัตตาจรขนาด 155 มม. ซึ่งเครื่องยิงจรวดดังกล่าวได้รับการอัปเกรดติดตั้งระบบนำทางความแม่นยำสูงแบบอัตโนมัติ โดยมีระยะยิงไกลถึง 90 กิโลเมตร
ทาง “คิม จอง-อึน” แสดงความพึงพอใจกับผลการทดสอบ และกล่าวว่า เกาหลีเหนือกำลังมุ่งมั่นพัฒนาระบบอัตโนมัติ ในการยิงระยะไกล และความแม่นยำสูงเป็นพิเศษ ในโครงการอาวุธของเกาหลีเหนือ ซึ่งมีเป้าหมายคือการป้องกันชายแดนทางใต้ที่ติดกับเกาหลีใต้
ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพฤษภาคม ทางเกาหลีเหนือกล่าวว่า ได้ทดสอบขีปนาวุธทางยุทธวิธี จรวดปืนใหญ่ และขีปนาวุธนำวิถีความแม่นยำสูงที่ควบคุมด้วยระบบ AI ซึ่งออกแบบมาสำหรับสงครามสมัยใหม่ โดยเกาหลีเหนือได้พัฒนาอาวุธอย่างต่อเนื่อง โดยบอกว่าจะประจำการอาวุธใกล้ชายแดนติดกับเกาหลีใต้
ด้านศาสตราจารย์จากสถาบันศึกษาตะวันออกไกล มหาวิทยาลัยคยองนัม ในเกาหลีใต้ กล่าวว่า การเคลื่อนไหวเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความพยายามในการเร่งเสริมกำลังในชายแดนทางใต้ และบูรณาการกำลังนิวเคลียร์และกำลังทางทหารแบบดั้งเดิม ซึ่งเป้าหมายสูงสุดคือการจัดตั้งขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธีและการโจมตีแม่นยำในหน่วยแนวหน้าอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะทำให้เกาหลีใต้ทั้งหมดอยู่ในระยะทำการ