พระขับรถเก๋งออกวัดกลางดึก พุ่งชนชาวบ้านที่ขี่รถ จยย.พ่วงข้าง ดับ

พระขับรถเก๋งออกวัดกลางดึก พุ่งชนชาวบ้านที่ขี่รถ จยย.พ่วงข้าง ดับ

View icon 46
วันที่ 26 มิ.ย. 2569 | 17.51 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
พระขับรถเก๋งออกวัดกลางดึก พุ่งชนชาวบ้านที่ขี่รถ จยย.พ่วงข้าง ดับ  ตร.จับเจาะเลือดตรวจแอลกอฮอล์ รอผล 14 วัน ชาวบ้านคาใจ พระออกไปไหนดึกๆ

วันนี้ (26 มิ.ย.69) ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านพันห่าวหมู่ 3 ต.นาทม อ.นาทม จ.นครพนม ได้มีญาติของพระยศพร เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง ต.เซกา อ.เซกา จ.บึงกาฬ ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวนายเนตร นามแสน อายุ 54 ปี ที่ถูกพระยศพรขับรถเก๋งพุ่งชนจนเสียชีวิตคาที่บริเวณทางโค้งระหว่างบ้านดอนแดง-บ้านพันห่าว ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2417 สายนาทม-เซกา เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 24 มิถุนายน 69 ที่ผ่านมา โดยมีนายโกวิท ญาณสถิตย์ ผู้ใหญ่บ้านพันห่าวหมู่ 3 พร้อมด้วย นางเพชรา อายุ 47 ปี ภรรยาและญาติๆ ผู้เสียชีวิตร่วมรับฟังถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น

น.ส.พร (นามสมมติ) อายุ 38 ปี เป็นหลานสาวของพระยศพร เปิดเผยว่าการมาครั้งนี้ ไม่ได้รับการแต่งตั้งจากใคร แต่หลังทราบข่าวก็มาแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย ส่วนสาเหตุไม่ทราบจริงๆว่า ทำไมพระยศพรถึงขับรถเก๋งออกจากวัดในเวลากลางคืน ก่อนจะมอบเงินสดจำนวน 30,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายเป็นการเบื้องต้น

โดยนางเพชราเล่าว่าตอนเย็นวันที่ 24 มิ.ย. สามีได้ขี่จักรยานยนต์พ่วงข้าง สีน้ำเงิน-ดำ ทะเบียนหนองคาย ออกจากบ้านเพื่อไปบ้านดอนแดงหมู่ 2 ต.นาทม ซึ่งเป็นหมู่บ้านติดกัน เนื่องจากมีคนบอกว่าญาติของนายเนตรเสียชีวิต แต่สามีไม่เชื่อเพราะเพิ่งโทรศัพท์คุยกันอยู่เลย จึงบอกเมียว่าจะไปดูว่าจริงไหม ตนจึงทำกับข้าว 3 อย่าง คือ อ่อมเนื้อ หมกไข่ปลา และ หมกปลาร้า รอกินข้าวพร้อมกันอยู่ที่บ้าน

เวลาสองทุ่มกว่าแล้วก็ยังไม่มา จนมีคนมาบอกว่าสามีถูกรถชนที่ทางโค้ง รีบออกจากไปดู ก็พบร่างเสียชีวิตคารถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ตอนนั้นทำอะไรไม่ถูกเหมือนจะเป็นลม และก็ไม่ได้คุยกับพระคู่กรณี

“วันนี้ญาติฝ่ายพระมาแสดงความเสียใจ แต่ร่างสามีนำไปฝังที่ป่าช้าแล้ว เพราะเสียชีวิตผิดธรรมชาติ ตามความเชื่อจะไม่นำศพเข้าบ้าน ต้องฝังอย่างน้อย 3-5 ปี ถึงจะขุดขึ้นมาฌาปนกิจ แต่ก็ได้นำพระไปสวดเรียกดวงวิญญาณสามีให้ไปอยู่ในที่ที่เหมาะสม ไม่ใช่มาอยู่ตรงทางโค้งนี้ พร้อมนำกับข้าวมื้อสุดท้ายที่ทำรอสามีในคืนเหตุเกิดคือ อ่อมเนื้อ หมกไข่ปลา หมกปลาร้า มาเซ่นไหว้ด้วย” นางเพชรา กล่าว

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัด ต.เซกา อ.เซกา จ.บึงกาฬ ซึ่งพระยศพรเป็นเจ้าอาวาสวัด แต่ไม่พบใครอยู่แม้แต่คนเดียว กระทั่งมีนายเสวียน อายุ 73 ปี กรรมการวัด ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้ากุฏิพระยศพร เพื่อต้องการสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แลหลังเกิดเหตุพระยศพรไม่ได้ออกบิณฑบาตเลย ซึ่งญาติโยมก็อยากได้ยินจากปากเจ้าอาวาสว่า ทำไมถึงออกจากวัดกลางดึกเช่นนี้

ความคืบหน้า พ.ต.อ.นพดล ผลพัฒนา ผกก.สภ.นาทม จ.นครพนม ได้เรียกขอดูสำนวนการสอบสวนจากเจ้าของคดี โดย พ.ต.ท.พันธศิริ พันทคริ รอง ผกก.สอบสวน และ พ.ต.ต.พีระพงษ์ คฤหัสถ์ สว.สอบสวน ชี้แจงว่าหลังเกิดเหตุ พ.ต.ต.วิชัย ศิริวงศ์ ซึ่งเป็นเจ้าของคดีได้ บันทึกภาพ ทำแผนที่ สถานที่เกิดเหตุพอสังเขป โดยได้นำรถเก๋งและจักรยานยนต์พ่วงข้างมาเก็บรักษาไว้ที่ สภ.นาทม พร้อมประสานพิสูจน์หลักฐานจังหวัดนครพนม ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง น่าเสียดายขณะเกิดเหตุกล้องหน้ารถของพระยศพรมืดมาก จึงไม่ค่อยเห็นเหตุการณ์ แต่ยังมีภาพจากกล้องวงจรปิดของประชาชนที่อยู่ริมถนนสายดังกล่าว บันทึกเหตุการณ์รถเก๋งที่วิ่งมาจาก อ.เซกา ไว้ได้ ซึ่งพระยศพรได้ยื่นประกันตัวออกไป

จากนั้น พ.ต.อ.นพดล ผลพัฒนา ผกก.สภ.นาทม เปิดเผยว่าตำรวจทำคดีอย่างตรงไปตรงมา และให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย โดยที่กล่าวหาว่าตำรวจไม่ได้ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์พระยศพร ยอมรับว่าเครื่องเป่ามีปัญหาจริง แต่ได้นำตัวพระยศพรไปเจาะเลือดที่โรงพยาบาลนาทม รวมทั้งเลือดของผู้เสียชีวิตด้วย ผลวิทยาศาสตร์ทางแล็บจะออกภายใน 14 วันนี้

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อเวลาประมาณ 3 ทุ่ม วันที่ 24 มิถุนายน 69 พระยศพรอ้างว่าได้ขับรถเก๋ง สีดำ ทะเบียนบึงกาฬ ออกจากวัดเพื่อจะไปหาพระที่อยู่วัดบ้านโคกพะธายหมู่ 3 ต.โพนทอง อ.บ้านแพง จ.นครพนม ซึ่งอยู่ห่างวัดของตนประมาณ 50 กิโลเมตร ระหว่างทางสองฟากถนนมืดมากจึงมองไม่เห็นรถที่แล่นสวนมา ทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว

หลังเกิดเหตุชาวบ้านที่ทราบข่าว ได้ไปมุงดูเหตุการณ์ พบพระยศพรไม่ได้ครองผ้าจีวร มีเพียงอังสะกับผ้าสบงเท่านั้น จึงมีคำถามว่าจะรีบร้อนอะไรกันนัก ถึงไม่ห่มจีวรออกวัด รวมทั้งไม่สนใจต่อเหตุการณ์ ไปยืนคุยโทรศัพท์อย่างเดียว ชาวบ้านคาใจว่าการที่พระออกจากวัดในยามวิกาลเช่นนี้ อ้างว่าจะไปหาพระอีกรูปที่อยู่ไกลเกือบ 50 กิโลเมตร มีธุระด่วนมากทำไมไม่คุยทางโทรศัพท์ ซึ่งเป็นคำถามที่รอคำชี้แจงจากพระยศพร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง