สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - ช่วงวานนี้ (26 มิ.ย.) เกิดพายุฝนกระหน่ำในกรุงเทพฯ หลายพื้นที่ โดยเฉพาะถนนฉลองกรุง 45 ย่านลาดกระบัง พายุฝนพัดเสาไฟฟ้าล้มอย่างน้อย 10 ต้น
พายุฝนพัดถล่มกรุง
ภาพขณะพายุฝนพัดถล่มถนนฉลองกรุง 45 ย่านลาดกระบัง เสาไฟฟ้าริมถนนล้มระเนระนาด เสียหายมากกว่า 10 ต้น สายไฟฟ้าพาดค้างหลังคารถที่วิ่งมาบนถนน หม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด บ้านเรือนประชาชน และป้ายโฆษณา ถูกลมพัดได้รับความเสียหาย
ทำให้การจราจรบนถนนติดขัด ทั้งขาเข้า-ขาออก เสาไฟฟ้าล้มกีดขวางการจราจร บนถนนฉลองกรุง ตั้งแต่บริเวณซอยฉลองกรุง 31 ถึงซอยฉลองกรุง 57 ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร มีรถยนต์ได้รับความเสียหายมากกว่า 30 คัน และบ้านเรือนได้รับความเสียหายหลายหลังคาเรือน ตัวเลขผู้บาดเจ็บเบื้องต้น 3 คน แต่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต
ทีมข่าว 7HD ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ พบการจราจรติดขัดอย่างหนัก ตั้งแต่ถนนฉลองกรุง 1 รถยนต์ไม่สามารถเคลื่อนตัวได้ และตลอดเส้นทางจนถึงจุดเกิดเหตุ ชาวบ้านต้องใช้ไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือ จุดเทียนส่องนำทาง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตัดกระแสไฟฟ้าทันทีหลังเกิดเหตุ เพื่อความปลอดภัย
เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฯ และกู้ภัย ระดมนำรถเครนและเครื่องจักรเข้าพื้นที่ เร่งรื้อถอนเสาไฟฟ้าและสายสื่อสาร ที่ล้มลงมากีดขวางถนน
เจ้าของรถยนต์ที่อยู่ในเหตุการณ์ หลายคนเล่าตรงกันว่า ช่วงประมาณ 17.30 น. ฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง มองไม่เห็นทาง ภาพที่เห็นคือ ต้นไม้เริ่มโยกตามแรงลม หลายคนพยายามขับรถออกห่างจากเสาไฟฟ้า ก่อนได้ยินเสียงหม้อแปลงระเบิดเป็นระยะ ไม่นานเสาไฟฟ้าแรงสูง ค่อย ๆ เอนล้มลงมาทับใส่รถยนต์บนถนน แบบไม่ทันตั้งตัว บางคนถูกเสาไฟฟ้าล้มทับใส่กลางคัน ทำให้ได้รับบาดเจ็บ
ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่หักโค่นทับรถยนต์
ส่วนบ้านเรือนประชาชนถนนเลียบทางด่วนจอมทอง เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ กระแสลมแรงพัดป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ หักทับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เสียหายรวม 12 คัน ซึ่งจอดอยู่ที่ลานจอดรถภายในรั้วบ้าน ย่านประชาอุทิศ
ผู้เห็นเหตุการณ์ บอกว่า ขณะเกิดเหตุฝนตกลงมาอย่างหนัก ลมกระโชกแรง สังเกตเห็นป้ายโฆษณาเริ่มเอียง ก่อนจะหักลงมาอย่างรวดเร็ว
จากนี้ต้องรอหน่วยงานเข้าตรวจสอบโครงสร้าง และวางแผนการรื้อถอน ส่วนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความเสียหาย ต้องรอบริษัทประกันภัย และผู้รับผิดชอบป้ายโฆษณา ประเมินมูลค่าความเสียหาย และดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย
เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบสาเหตุและความมั่นคงของโครงสร้างอย่างละเอียดอีกครั้ง
ฟ้าผ่า เพลิงไหม้โรงงานวอด จ.ปราจีนบุรี
ขณะที่หลายจังหวัดก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน อย่างที่จังหวัดปราจีนบุรี เกิดฟ้าผ่า จนเพลิงไหม้โรงงานแห่งหนึ่ง ตำบลโคกปีบ อำเภอศรีมโหสถ เป็นโรงงานอาคารชั้นเดียวขนาดใหญ่ผลิตถุงมือ เพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง รถดับเพลิงระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดเพลิง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงสามารถดับเพลิงได้ แต่ต้องทำการฉีดน้ำตลอดเวลา เพื่อป้องกันการปะทุขึ้นอีก ความเสียหาย มีเครื่องจักร 80 เครื่อง มูลราคา 2 ล้านบาท อุปกรณ์อื่น ๆ และอาคาร ประมาณ 5 ล้านบาท
เบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเป็นช่วงที่โรงงานหยุด และเลิกงานแล้ว ไม่มีคนงานอยู่ในอาคาร เกิดฝนตกฟ้าคะนอง และเสียงฟ้าผ่าลงที่โรงงาน ก่อนเกิดเพลิงไหม้ที่อาคาร ส่วนสาเหตุต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้ง
พายุฝนถล่มต้นไม้-เสาไฟ หักทับรถ จ.สมุทรปราการ
ที่จังหวัดสมุทรปราการ เกิดพายุฝน พร้อมลมกระโชกแรง พัดถล่มหลายพื้นที่ในอำเภอพระประแดง ส่งผลให้เกิดความเสียหายในหลายจุด
ซอยพระราชวีริยาภรณ์ 11 หมู่ 5 ตำบลบางพึ่ง พบต้นมะม่วงขนาดใหญ่หักโค่นลงมา พร้อมเสาไฟฟ้าหักอีก 2 ต้น ล้มกีดขวางเส้นทาง รถไม่สามารถสัญจรผ่านได้
และมีเต็นท์ขนาดใหญ่ภายในลานจอดรถของ อบต.บางยอ ได้ถูกแรงลมพัดปลิว ติดอยู่กับเสาไฟฟ้าด้านหน้า อบต.เสียหาย
พายุถล่มต้นไม้ล้มขวางทาง จ.ระยอง
ที่จังหวัดระยอง เกิดเหตุพายุฝนกระหน่ำพื้นที่อำเภอวังจันทร์ ต้นไม้ขนาดใหญ่โค่นล้มลงมา ขวางทางจราจรบนถนนสาย 344 (บ้านบึง-แกลง) บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 67 ขาเข้าอำเภอแกลง รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ และเกิดการจราจรติดขัดเป็นทางยาว
เจ้าหน้าที่นำเลื่อยยนต์ตัดสับกิ่งไม้ และท่อนไม้ขนาดใหญ่ออกเป็นท่อน ๆ เพื่อเคลียร์พื้นที่ มีรถพยาบาลฉุกเฉินคอยเปิดสัญญาณไฟ เพื่ออำนวยความสะดวก และเตือนผู้ใช้รถที่สัญจรผ่านไปมา
เจ้าหน้าที่และพลเมืองดี ระดมกำลังตัดและขนย้ายสิ่งกีดขวางประมาณ 40 นาที จึงสามารถเปิดเส้นทางการจราจรให้สัญจรได้ตามปกติ