รักษา “ปู่ต้าร์” เสือโคร่งชรา มีภาวะเล็บเท้างุ้มจิกเข้าไปในเนื้อจนเกิดบาดแผล

รักษา “ปู่ต้าร์” เสือโคร่งชรา มีภาวะเล็บเท้างุ้มจิกเข้าไปในเนื้อจนเกิดบาดแผล

View icon 29
วันที่ 27 มิ.ย. 2569 | 17.59 น.
ข่าวภูมิภาค
แชร์
“ปู่ต้าร์” เสือโคร่งวัยชรา 19 ปี ปลอดภัยและฟื้นตัวได้ดี หลังทีมสัตวแพทย์บึงฉวากทำการรักษาภาวะเล็บเท้าผิดปกติ งุ้มงอจิกเข้าไปในเนื้อจนเกิดบาดแผลอักเสบ

วันที่ 27 มิถุนายน 2569 ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก ร่วมกับคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ประสบความสำเร็จในการวางยาสลบเพื่อรักษาอาการเล็บจิกเนื้อนิ้วเท้าและตรวจสุขภาพ “ปู่ต้าร์” เสือโคร่ง เพศผู้ วัยชราภาพ อายุ 19 ปี เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก จังหวัดสุพรรณบุรี โดยผลการรักษาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ล่าสุดเสือโคร่งฟื้นตัวเป็นปกติและสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติแล้ว

สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ชำนาญการ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก และศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก ระบุว่า การปฏิบัติการครั้งนี้ ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก ได้ประสานความร่วมมือกับนักศึกษาการพยาบาลสัตว์ ชั้นปีที่ 4 คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร เข้าดำเนินการวางยาสลบเสือโคร่งต้าร์เมื่อเวลา 11.00 น. เพื่อความปลอดภัยของทั้งตัวสัตว์และเจ้าหน้าที่ เนื่องจากเสือโคร่งต้าร์มีอายุมากและมีภาวะเล็บเท้าผิดปกติ งุ้มงอจิกเข้าไปในเนื้อจนเกิดบาดแผลอักเสบ ทีมสัตวแพทย์จึงได้ทำการตัดแต่งเล็บที่ฝังในเนื้ออย่างละเอียด พร้อมทั้งทำแผล ตลอดจนดำเนินการเจาะเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ สำหรับประเมินและติดตามสุขภาพโดยทั่วไปตามโปรแกรมการดูแลสัตว์ป่าวัยชรา

นอกจากนี้ ทีมสัตวแพทย์ได้ทำการให้สารน้ำ ยาฆ่าเชื้อ ยาลดปวดลดอักเสบ รวมถึงวิตามินบำรุงร่างกายเพื่อช่วยกระตุ้นการฟื้นตัว ภายหลังเสร็จสิ้นหัตถการ สัตวแพทย์ได้ทำการให้ยาฟื้นสลบ ซึ่งจากการติดตามอาการอย่างใกล้ชิดพบว่า เมื่อเวลา 18.00 น. ของวันเดียวกัน เสือโคร่งต้าร์ฟื้นจากยาสลบอย่างสมบูรณ์ มีพฤติกรรมพึงพอใจ สามารถกินน้ำ กินอาหาร ลุกเดิน และให้ความสนใจต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้เป็นปกติ

สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร กล่าวว่า การดูแลสุขภาพสัตว์ป่าในวัยชราภาพ ถือเป็นหนึ่งในภารกิจที่กรมอุทยานฯ ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากสัตว์ในวัยนี้ต้องการการดูแลที่ละเอียดอ่อนและสม่ำเสมอ ความสำเร็จในการรักษา "เสือโคร่งต้าร์" ในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดจากอาการทางกายภาพแล้ว ยังสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบูรณาการองค์ความรู้ร่วมกับสถาบันการศึกษา เพื่อร่วมกันพัฒนาสวัสดิภาพสัตว์ป่าอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ สัตวแพทย์ประจำศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก จะยังคงติดตามผลการตรวจเลือดจากห้องปฏิบัติการอย่างละเอียด เพื่อนำมาวางแผนโภชนาการและการรักษาในระยะยาวให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของเสือโคร่งต้าร์ พร้อมทั้งเฝ้าระวังอาการของบาดแผลที่นิ้วเท้าอย่างใกล้ชิดจนกว่าจะหายเป็นปกติต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง