วันนี้ (28 มิ.ย. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้นาข้าวใน จ.สกลนคร กว่า 1 ล้านไร่ จากพื้นที่ปลูกข้าวทั้งจังหวัดมากกว่า 2 ล้าน 700,000 ไร่ ใน 18 อำเภอ เริ่มได้รับความเสียหาย เนื่องจากฝนทิ้งช่วงมานานกว่า 1 เดือนแล้ว
โดยนักวิชาการระบุว่าจะเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ ทำให้ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาลและเกิดความแห้งแล้งเป็นบริเวณกว้าง จากสาเหตุดังกล่าว ทำให้ต้นข้าวที่ชาวนาปลูกเหี่ยวเฉาและล้มตาย เพราะผืนดินที่เคยชุ่มน้ำ ต้องมีสภาพแห้งแล้ง นาที่เคยทำทุกปีก็อาจต้องทิ้งร้าง บางแห่งมีการไถดะไว้เพื่อรอฝน แต่เมื่อไม่มีฝนตกลงมา ก็ต้องปล่อยให้นาร้างและนาล่มเกิดความเสียหาย
ทางด้านนายรองชัย อายุ 66 ปี เล่าว่า ตนปลูกข้าว 5 ไร่ ขณะนี้กำลังได้รับความเสียหาย และได้รับความเดือดร้อนมาก ต้องไปเช่าเครื่องสูบน้ำมาสูบน้ำเข้านา เพื่อให้ต้นข้าวที่เหลือเพียงน้อยนิดได้มีชีวิตอยู่ แต่ก็เพิ่มภาระเพราะต้องเพิ่มต้นทุนการผลิต น้ำมันที่เติมวันละ 300 บาท ต้นข้าวที่เหลือก็ไม่รู้ว่าจะได้ข้าวเท่าไร เพราะส่วนใหญ่จะเริ่มเหี่ยวเฉาตายไป คิดว่าจะไม่คุ้มกับการลงทุน แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย สงสารแต่ชาวนาผู้ที่ไม่มีแหล่งน้ำต้นทุน ไม่มีเงินไปเช่าเครื่องสูบน้ำ ไม่มีเงินค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ปีนี้ยังไม่ทราบว่าเขาจะเอาอะไรกิน
และตนเองก็ทราบว่า ช่วงนี้เป็นช่วงที่ทางเขื่อนน้ำอูนฯ ยังไม่พร่องน้ำ ให้กับผู้ใช้น้ำในพื้นที่ที่รับบริการ โดยมีกำหนดปล่อยน้ำให้เกษตรกรในเดือน ก.ค. นี้ ซึ่งตนรอไม่ไหว จึงต้องน้ำจากบ่อหลาข้างทางแก้ปัญหาไปก่อนที่ข้าวจะแห้งตาย และอยากให้ทางเขื่อนช่วยปล่อยน้ำออกมาก่อน เพื่อแก้ปัญหาต้นข้าวขาดน้ำและแห้งตาย
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เขื่อนน้ำอูน มีปริมาณน้ำ 250.480 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 48.24 เปอร์เซ็นต์ของความจุที่ระดับเก็บกัก 520.00 ล้าน ลบ.ม. และมีแผนปลูกพืชฤดูฝน จำนวน 200,000 กว่าไร่ รวมถึงพื้นที่ลำห้วยปลาหาง 4 หมื่นกว่าไร่ ซึ่งในแผนการจ่ายน้ำจะเริ่มจ่ายในช่วงต้นเดือน ก.ค. เป็นต้นไป