ยายอายุ 82 ปี ไม่มีโทรศัพท์มือถือ เขียนจดหมายถึง ผญบ. ให้ช่วยลงทะเบียนชาวนา

ยายอายุ 82 ปี ไม่มีโทรศัพท์มือถือ เขียนจดหมายถึง ผญบ. ให้ช่วยลงทะเบียนชาวนา

View icon 44
วันที่ 28 มิ.ย. 2569 | 12.05 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ยายอายุ 82 ปี ไร้โทรศัพท์มือถือ เขียนจดหมายถึง ผญบ. ให้ช่วยลงทะเบียนชาวนา หวั่น! อดรับสิทธิช่วยเหลือ ผญบ.เร่งดำเนินการให้ 

วันนี้ (28 มิ.ย.69)  กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ เมื่อมีการแชร์ภาพจดหมายเรื่องราวสุดสลดใจและสะท้อนความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี ของยายอายุ 82 ปี ท่านหนึ่งที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบการลงทะเบียนของรัฐได้ เนื่องจากไม่มีโทรศัพท์มือถือ จนต้องใช้วิธีโบราณด้วยการเขียนจดหมายด้วยลายมือตัวเองฝากลูกชายไปส่งให้ผู้ใหญ่บ้าน ระยะทางกว่า 5 กม.เพื่อขอความช่วยเหลือให้ลงทะเบียนรับสิทธิเกษตรกรชาวนาผู้ปลูกข้าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเรื่องราวดังกล่าวถูกเปิดเผยหลังจากผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับจดหมายกระดาษแผ่นหนึ่ง ซึ่งเขียนด้วยลายมืออ่านจับใจความได้ ว่า “ถึงผู้ใหญ่ ฉันจะขอความกรุณา จากผู้ใหญ่ด้วย มาถ่ายรูปนาไปทำภัยแล้ง ให้ยายด้วย ยายไม่รู้จะไปหาใคร สะโนเขาก็ทำไม่เป็น ยายก็คิดถึงแต่ผู้ใหญ่เท่านั้น ยายขอความกรุณาช่วยยายด้วย จะขอขอบพระคุณมาก จากยาย สำเนียง” 

สอบถามนางสำเนียง อายุ 82 ปี ที่อยู่ ต.ทรัพย์พระยา อ.นางรอง บุรีรัมย์ เจ้าของจดหมาย เล่าว่าตนเองอาศัยอยู่เพียง 2 คนกับลูกชาย อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นลูกเลี้ยง โดยลูกชายมีอาการป่วยเนื่องจากสติไม่สมประกอบ โดยตนเองทำนาจำนวน 3 ไร่ และมีความประสงค์จะลงทะเบียนเกษตรกร (ลงทะเบียนชาวนา) เพื่อขอรับสิทธิช่วยเหลือจากทางภาครัฐเหมือนคนอื่น ๆ แต่เนื่องจากอายุมากแล้ว ประกอบกับที่บ้านไม่มีโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน จึงไม่สามารถลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์หรือแอปพลิเคชันได้ จึงจำเป็นต้องเขียนจดหมายฉบับนี้ฝากลูกชายไปส่งให้ถึงผู้ใหญ่บ้าน ในหมู่บ้านซึ่งมีระยะทางกว่า 5 กม.เพื่อขอความเมตตาจากผู้ใหญ่บ้านมาช่วยดำเนินการให้

ด้านนายมานิต หอมโลก อายุ 58  ปี ผู้ใหญ่บ้าน บ้านดอนหวาย หมู่ที่ 7 ต.สะเดา อ.นางรอง เปิดเผยว่า ยายสำเนียง เป็นคนหมู่บ้านอื่นแต่มาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านตน จากการพูดคุยสอบถาม ใจความในจดหมาย ยายสำเนียง เข้าใจผิดคิดว่า ถึงเวลาที่จะต้องลงทะเบียนภัยแล้งแล้ว จึงเขียนจดหมายมา แต่จริงๆ เป็นการลงทะเบียนเกษตรกรชาวนาในรอบปีการผลิต 69/70 ซึ่งภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยเบื้องต้นมีการพิจารณามาตรการจ่ายเงินช่วยเหลือในอัตรา ไร่ละ 1,000 บาท แต่ยายสำเนียงไม่มีโทรศัพท์ เลยเขียนจดหมายฝากให้ลูกชายเอาไปให้ผู้ใหญ่บ้านซึ่งอยู่ในหมู่บ้าน  หลังจากได้รับจดหมายได้รีบเดินทางลงพื้นที่ไปยังบ้านของยายโดยทันที เพื่อนำเอกสารและมือถือส่วนตัวไปช่วยอำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนให้ยายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นายมานิต ผู้ใหญ่บ้าน ยังกล่าวต่อไปอีกว่าก่อนหน้านี้ ได้มีแก๊งมิจฉาชีพ ประมาณ 3 คน มาหายายและได้ขึ้นไปขโมยข้าวสารและทรัพย์สินมีค่าของยายสำเนียง ทำให้ตนเองต้องคอยแวะเวียนเข้ามาดูแลยายบ่อยๆ เนื่องจากบ้านของยายอยู่ท้ายหมู่บ้านและเป็นห่วงเรื่องของความปลอดภัย

โดยหลังจากเรื่องราวนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ชื่นชมในความพยายามของคุณยายที่ไม่อยู่เฉย และชื่นชมผู้ใหญ่บ้านที่รีบเข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ได้จุดชนวนให้เกิดการตั้งคำถามถึง "นโยบายรัฐบาลดิจิทัล" ที่มักเน้นการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ จนอาจลืมคำนึงถึงกลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้ยากไร้ในต่างจังหวัด ที่ยังขาดแคลนอุปกรณ์สื่อสาร ซึ่งเป็นกลุ่มที่ควรได้รับการช่วยเหลือมากที่สุด แต่กลับต้องกลายเป็นคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังเพียงเพราะเข้าไม่ถึงเทคโนโลยี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง