เอกนัฏ-พลพีร์ ประสานเสียงลดค่าไฟ ดึงค่าไฟสาธารณะออกจากบิล

เอกนัฏ-พลพีร์ ประสานเสียงลดค่าไฟ ดึงค่าไฟสาธารณะออกจากบิล

View icon 46
วันที่ 28 มิ.ย. 2569 | 17.12 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
"เอกนัฏ-พลพีร์" ประสานเสียง เร่งลดภาระ ปชช. ดึงค่าไฟสาธารณะออกจากบิลค่าไฟ คาดเริ่มเห็นผลค่าไฟ ลดลงช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้ รอถก "เอกนิติ" ก่อนชงนายกฯ

วันนี้ (28 มิ.ย.69) ที่พรรคภูมิใจไทย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงความคืบหน้าในการ แยกค่าไฟทางสาธารณะออกจากบิลค่าไฟประชาชนว่า ทุกคนเห็นด้วยว่าจะต้องแจ้งให้ประชาชนรับทราบ และส่วนที่ถูกผลักไปในบิลค่าไฟจะต้องแยกออกมา โดยทุกหน่วยงานยินดีที่จะรับผิดชอบร่วมกันเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ไม่นำเงินค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปซ่อนอยู่ในบิลค่าไฟของประชาชน ซึ่งหลังจากนี้จะมีการพูดคุยกันว่าจะทำอย่างไร ให้เกิดผลเร็วที่สุด

นายเอกนัฏ บอกด้วยว่า เตรียมประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อแยกค่าไฟสาธารณะออกมาโดยเร็วที่สุด ซึ่งจะต้องมีการแยกบัญชีออกมาก่อน เนื่องจากไปซ่อนอยู่ในไฟฐาน เมื่อดึงออกมาจะทำให้ค่าไฟลดลง และใช้กลไกของกพช. ไปกำหนดอัตราค่าไฟใหม่ ซึ่งหากถามว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ในที่สุดทั้ง 3 การไฟฟ้า จะต้องมาดูเรื่องของการเสริมประสิทธิภาพ การจัดการต้นทุน เพื่อที่จะชดเชยในส่วนที่หายไป ในภาพใหญ่ต้องพูดคุยกับกระทรวงการคลัง ท้องถิ่นกทม. กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และทุกหน่วยงาน ว่าในที่สุดจะบริหารจัดการกันอย่างไร แต่จะต้องดึงออกมาจากบิลค่าไฟของประชาชนก่อน

นายเอกนัฏ ยังชี้แจงถึงขั้นตอนว่าในขั้นตอนแรก เมื่อแยกค่าไฟสาธารณะ ออกจากบิลค่าไฟประชาชน จะต้องเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) และ กพช. ซึ่งสามารถจัดการได้ในทันที ส่วนขั้นตอนที่ 2 สามารถทำได้พร้อมกัน เมื่อดึงค่าไฟสาธารณะออกมาแล้ว ก็ไปลดอัตราค่าไฟที่ชาร์จกับประชาชนได้ ขั้นตอนที่ 1 และ 2 สามารถเกิดขึ้นได้โดยเร็ว ส่วนขั้นตอนที่ 3 ตัวรายได้ของการไฟฟ้าทั้ง 3 การไฟฟ้า จะมีรายได้ลดลง แต่ในที่สุด การไฟฟ้าทั้ง 3 ก็จะหาวิธีเพิ่มประสิทธิภาพ ว่าจะให้ทางหลวง ทางหลวงชนบท ท้องถิ่น กทม. จะร่วมกันรับผิดชอบอย่างไร ซึ่งยังมีเวลาอยู่ แต่สิ่งที่เร่งด่วนที่สุดคือการดึงค่าไฟสาธารณะออกจากบิลค่าไฟประชาชน จะพยายามทำให้เสร็จ ในการคำนวณรอบไฟใหม่ ช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมก็น่าจะเห็นผล

เมื่อถามว่า ค่าไฟจะลดลงกี่เปอร์เซ็นต์ นายเอกนัฏ ชี้แจงว่าเมื่อดึงไฟฐานออกมา เรามีความตั้งใจว่า จะนำไปใช้ ในส่วนที่จำเป็นเร่งด่วนก่อน ส่วนที่จำเป็นที่ต้องใช้มากที่สุดคือบ้านอยู่อาศัย ตนคิดว่า ตรงกับนโยบายที่จะลดค่าไฟของประชาชน ลงมาให้เหลือ 3 บาท โดยไม่ต้องให้ประชาชนมาแบก ส่วนนี้เราสามารถทำได้เลยทันทีที่ดึงออกมาจะทำให้ค่าไฟลดลง


เมื่อถามว่า ยังมีอะไรแอบแฝงในบิลค่าไฟที่ประชาชนไม่รู้อีกหรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า สิ่งที่ทำมาตลอด คือ บริหารจัดก าร ประสิทธิภาพ ต้นทุนตรงไหนที่แพง ไปผูกสัญญาในอดีต ผูกสัญญาซื้อไฟฟ้าแพงจากโรงไฟฟ้า สัญญาแอดเดอร์ กลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก ที่เขาเรียกว่า SPP แล้วมาบังคับให้การไฟฟ้าซื้อไฟในราคาแพง หรือในอดีตมีการประมาณการใช้ไฟที่สูงเกินไป ให้เอกชนสร้างโรงไฟฟ้า และไม่มีการผลิตไฟในที่สุดก็ต้องเสีย ค่าพร้อมจ่าย รวมไปถึงบางประเภทผู้ใช้ไฟ อย่าง Data Center ที่เข้ามา โดยที่เราไม่เคยมีการทบทวน ถึงอัตราที่เหมาะสม ก็จะต้องมีการกำหนด ดังนั้นเมื่อทำ 3 เรื่องนี้ก็จะทำให้ค่าไฟของประชาชนถูกลง

นายเอกนัฏ ย้ำว่า นี่คือการลดค่าไฟลงโดยไม่ได้ผลักภาระให้ใคร แต่ต้องจัดการให้ระบบมีประสิทธิภาพ และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ด้านนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ย้ำว่าต้องการหาสมการที่ประชาชนไม่ต้องแบกรับภาระค่าไฟและต้องมีหน่วยงานมาแบกรับค่าใช้จ่ายตรงนี้ เพราะเฉพาะค่าไฟสาธารณะ 1 ปีมีมูลค่าเกือบ 20,000 ล้านบาท ซึ่งตอนนี้ได้สมการพอสมควรแล้ว แต่ต้องขอหารือ กับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จากนั้นก็จะหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และจะเป็นขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป ส่วนจะต้องนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีหรือไม่ ต้องรอหารือตามขั้นตอนก่อน เพื่อหาสมการที่จะสามารถแก้ปัญหาให้ประชาชนได้เลย แล้วเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที

"หลักเกณฑ์เดียวกันคือเอาภาระออกจากประชาชน และจะต้องไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับประชาชนอีก และต้องขอโทษประชาชนด้วย เพราะมาตรการเก็บค่าไฟในบิลของประชาชน เป็นมา 30 กว่าปีแล้ว ตอนนั้นผมก็อายุแค่ 10 ขวบต้นๆ เราก็เกิดมาพร้อมกับค่าไฟ Ft ที่อยู่ในบิลค่าไฟฟ้า ต้องขอบคุณนายเอกนัฏ ที่หยิบปัญหานี้ขึ้นมา รัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับการลดค่าใช้จ่ายให้พี่น้องประชาชน เร็ววันนี้น่าจะรู้ว่าสมการเป็นอย่างไร" นายพลพีร์ กล่าว

เมื่อถามว่า ประเด็นแอดเดอร์ ต้องจะแก้ไขอย่างไรนั้น นายพลพีร์ กล่าวว่า มีหลายสมการที่คุยกันแต่ขอตกผลึกทีเดียว ก่อนแถลงให้พี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนรับทราบ เพราะต้องการให้ เป็นข้อความเดียวกันว่าเราจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง