สุชาติ ลงพื้นที่ทับลาน สั่งรื้อเด็ดขาดรีสอร์ตรุกป่า ภายใน 15 วัน

สุชาติ ลงพื้นที่ทับลาน สั่งรื้อเด็ดขาดรีสอร์ตรุกป่า ภายใน 15 วัน

View icon 51
วันที่ 28 มิ.ย. 2569 | 17.32 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
สุชาติ ลงพื้นที่ทับลาน สั่งรื้อเด็ดขาดรีสอร์ตรุกป่า ภายใน 15 วัน ยืนยันเร่งพิสูจน์สิทธิของชาวบ้านดั้งเดิม ผู้ยากไร้เป็นรายแปลงอย่างรัดกุม ไม่เอื้อประโยชน์กลุ่มทุน

ทับลาน วันนี้ (28 มิ.ย. 69) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ท้องที่จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อชี้แจงแนวทางการแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนตามแผนที่ One Map และรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่จริง มุ่งหวังสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง โปร่งใส ตลอดจนสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และการคุ้มครองสิทธิของชุมชนดั้งเดิมอย่างเป็นธรรม ณ โรงเรียนบ้านราษฎร์พัฒนา อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา

นายสุชาติ เปิดเผยว่า รัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหานี้ คือ การเร่งรัดตรวจสอบและพิสูจน์สิทธิของชาวบ้านดั้งเดิมผู้ยากไร้เป็นรายแปลงอย่างรัดกุม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และการบังคับใช้กฎหมายกับรีสอร์ตที่บุกรุกป่าอย่างเข้มงวด โดยไม่มีการเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุนใด ๆ ทั้งสิ้น และยืนยันว่าจะไม่มีการตัดผืนป่าธรรมชาติอย่างแน่นอน ขณะนี้อุทยานแห่งชาติทับลานได้นำประกาศแจ้งเตือนให้รื้อถอนไปติด 3 รีสอร์ต ในท้องที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา และจะเริ่มต้นรื้อถอนโรงแรมหรือรีสอร์ตทุกราย เพื่อนำที่ดินคืนมาให้อุทยานแห่งชาติฟื้นฟูป่าต่อไป

นายสุชาติ เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า ได้มอบหมายให้นายเทวินทร์ มีทรัพย์ ชุดเฉพาะกิจ ทส. อดีตข้าราชการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ฉายา “มือปราบป่าไม้”และ “มือปราบรีสอร์ตรุกป่า” จากผลงานอันโดดเด่นในการปราบปรามขบวนการตัดไม้พะยูงและกลุ่มนายทุนที่บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะในช่วงที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน ลงพื้นที่ร่วมกับ นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน และเจ้าหน้าที่ เพื่อติดประกาศคำสั่งให้เจ้าของรีสอร์ต ดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ภายใน 15 วัน

“การดำเนินการครั้งนี้ตามนโยบายที่ผมกำชับมาโดยตลอด ในการเร่งบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มนายทุนและเจ้าของรีสอร์ตที่บุกรุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์อย่างจริงจัง โดยให้ดำเนินคดีและบังคับตามคำพิพากษาจนถึงที่สุด ไม่มีการละเว้นผู้กระทำผิดทุกราย”