เช้านี้ที่หมอชิต - นายกรัฐมนตรี ตรวจเข้มกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ด้วยตัวเองกลางดึก ตรวจมาตรการรักษาความปลอดภัย สถานที่เก็บไฟล์ผลสอบท้องถิ่น ที่ห้องอธิบดี ก่อนเดินทางไปปารีส ประเทศฝรั่งเศส กำชับปลัดกระทรวงมหาดไทย ห้ามเกิดเหตุไฟไหม้เด็ดขาด ขณะที่ ปภ.เตรียมรถน้ำดับเพลิงไว้ 24 ชั่วโมง ส่วนปลัดกระทรวงมหาดไทย ตั้งโต๊ะแถลงแจกประวัติภรรยา ไม่ได้เป็นญาติผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ส่วนคลิปที่ถูกปล่อยหวังดิสเครดิต เชื่อ 3-7 วัน รับผลกรรมอย่างแน่นอน เดินหน้าเอาผิดทุกกรณี
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้ากรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อตรวจมาตรการรักษาความปลอดภัย สถานที่เก็บไฟล์ผลสอบท้องถิ่น ก่อนจะเดินทางไปกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และกำชับ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ห้ามให้เกิดเหตุเพลิงไหม้หลักฐานเด็ดขาด ขณะที่ ปภ. ได้เตรียมรถน้ำดับเพลิงตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ตั้งโต๊ะแถลงข่าววันหยุด กรณีภรรยาถูกกล่าวหาว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น พร้อมแจกประวัติของภรรยาให้สื่อมวลชน หลังมีคลิปเสียงสนทนาที่อ้างว่ารู้จักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง อย่างแรกยืนยันชีวิตการทำงานของตัวเองมีความซื่อสัตย์ ใช้ความสามารถจนมาเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย
และภรรยาทำงานกับบริษัทของต่างชาติ ไม่คุ้นเคยกับระบบราชการของประเทศไทย ดังนั้นข้อมูลที่นำมาเผยแพร่ ถือเป็นเท็จทั้งสิ้น จะต้องรับผลชั่วนั้นภายใน 3-7 วัน อย่างแน่นอน และจะบังคับใช้กฎหมายในทุกกรณีเพื่อความชอบธรรม
สำหรับประวัติของนางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ เรียนจบ ม.3 โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ และจบ ม.6 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ก่อนจบปริญญาตรี คณะวารสารศาสตร์ และปริญญาโท สาขาการตลาด จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
และตลอดเวลา 25 ปี ทำงานในอุตสาหกรรมสื่อ การตลาด และการสื่อสารแบรนด์ ให้กับองค์กรชั้นนำในประเทศ และระดับภูมิภาค ปัจจุบันทำงานในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัทมีเดียระดับโลก แห่งหนึ่ง และยังเป็นอุปนายก มาคมมีเดียเอเยนชีและธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย
สำหรับความคืบหน้าคดีทุจริตฯ เมื่อครบ 7 วันที่ได้ตั้งกรรมการสอบ จะรายงานให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยทราบ และจะดำเนินคดีทั้งอาญาและวินัย สำหรับข้าราชการที่ต้องมารายงานตัววันที่ 1 กรกฎาคมนี้ หากใครไม่มาก็ถือว่าสละสิทธิ์
การจัดการสอบบรรจุ และแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการของ ปภ. นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดี ปภ. ได้มาตรวจเยี่ยมสนามสอบด้วยตนเอง ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่คุมสอบ พบความผิดปกติของผู้เข้าสอบรายหนึ่ง จึงให้ตรวจสอบและดำเนินการคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด ที่พบว่าข้อมูลในใบสมัครระบุว่าผู้สมัครสอบมีอายุ 28 ปี แต่บุคคลที่มาแสดงตนเข้าสอบมีใบหน้าไม่ตรงกับภาพถ่ายในบัตรประจำตัวประชาชน และใบสมัครสอบ จึงนำตัวไปตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคล
ผลปรากฏว่าไม่ตรงกับข้อมูลของผู้สมัครสอบ และอายุ 57 ปี จึงนำตัวผู้สวมสิทธิมาสอบเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย