อุกอาจ ! อดีตนายจ้างบุกอุ้มทำร้ายหนุ่มชาวเมียนมา

View icon 7
วันที่ 29 มิ.ย. 2569 | 11.14 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - อดีตนายจ้างชาวอินเดีย บุกทำร้ายร่างกายหนุ่มเมียนมา ก่อนอุ้มขึ้นรถ พาตัวไปซ้อมต่อในโรงแรม อ้างฉุนถูกกล่าวหาพูดให้ร้าย ก่อนปล่อยตัว และหลบหนีไป 

อุกอาจ ! อดีตนายจ้างบุกอุ้มทำร้ายหนุ่มชาวเมียนมา จ.ชลบุรี
กล้องวงจรปิดบันทึกภาพเหตุการณ์ได้ชัดเจน ผู้เสียหายสวมเสื้อสีดำ กำลังนั่งรอรับประทานอาหารอยู่กับเพื่อน ก่อนจะมีชายชาวอินเดีย สวมเสื้อสีขาว เดินเข้ามาจับไหล่ จากนั้นไม่นาน รถยนต์อเนกประสงค์ คันสีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขับมาจอดหน้าร้าน ทันใดนั้น ชายชาวอินเดีย สวมเสื้อสีน้ำตาลเดินลงจากรถ เเละเดินตรงเข้าหาผู้เสียหาย ใช้มือตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง 1 ครั้ง แล้วชกและรัดคอ ขณะที่เพื่อนของผู้เสียหายพยายามเข้าไปช่วย แต่ถูกชายชาวอินเดียอีกคนข่มขู่ ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะลากตัวผู้เสียหายขึ้นรถบริเวณเบาะหลัง แล้วขับหลบหนีออกจากร้านต่อหน้าผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 20.00 น.

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เพื่อนของผู้เสียหายและผู้เสียหาย หลังถูกซ้อม เเละถูกปล่อยตัวออกมา เข้าร้องเรียนกับแอดมินเพจสมาคมอินเดียพัทยา ให้ช่วยประสานกับสื่อมวลชนเพื่อนำเสนอข่าว เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม จึงพาเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองพัทยา

หนุ่มชาวเมียนมายืนยัน ไม่เคยพูดใส่ร้ายอดีตนายจ้าง จ.ชลบุรี
ผู้เสียหาย อายุ 27 ปี สัญชาติเมียนมา เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุเป็นอดีตนายจ้าง โดยหลังจากถูกบังคับขึ้นรถแล้ว ถูกพาไปยังโรงแรมแห่งหนึ่ง ใกล้แหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ ก่อนถูกทำร้ายร่างกายอีกครั้ง พร้อมกล่าวหาว่า เขานำเรื่องไปพูดให้ร้ายผู้ก่อเหตุ ทั้งที่ ไม่เคยนำเรื่องของผู้ก่อเหตุไปพูดให้เสียหาย ก่อนที่กลุ่มผู้ก่อเหตุจะปล่อยตัว บริเวณสี่แยกไฟแดงสาย 3 พัทยาใต้ และขับรถหลบหนีไป

ผู้เสียหาย ยังเปิดเผยอีกว่า เคยทำงานเป็นลูกจ้างของผู้ก่อเหตุ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่ถูกไล่ออกจากงาน หลังไม่ไปทำงานนอกเวลางาน และถูกกล่าวหาว่าลักทรัพย์ ทำให้ไม่กล้ากลับไปที่ร้าน และจนถึงปัจจุบันผู้ก่อเหตุยังไม่คืนหนังสือเดินทาง รวมถึงเอกสารสำคัญต่าง ๆ ทำให้ได้รับความเดือดร้อน

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนส่งตัวผู้เสียหายเข้าตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเมืองพัทยา พร้อมรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด และคำให้การของผู้เกี่ยวข้อง ก่อนเตรียมเรียกผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดเข้าสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง