เปิดพฤติการณ์ พ.ต.ท. ขายความลับ ตร.

View icon 28
วันที่ 29 มิ.ย. 2569 | 16.23 น.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน
แชร์
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - เมื่อวานนี้ เรานำเสนอข่าวเกี่ยวกับการจับกุมตำรวจนายหนึ่ง ยศ "พันตำรวจโท" ในปฏิบัติการที่ใช้ชื่อได้อย่างเหมาะสมกับข่าวนี้ "ยุทธการตัดเนื้อร้าย-เจ้าหน้าที่รัฐ" ครั้งที่ 14 เพราะล่าสุดที่ เลขาธิการ ป.ป.ส. ฟังแล้วจะอึ้ง ว่าเป็นไปได้ขนาดนั้นจริง ๆ หรือ

ตำรวจยศ "พันตำรวจโท" ไม่ระบุว่าเป็นตำรวจจากสังกัดไหน แต่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลทางราชการได้ในระดับหนึ่ง ที่ถูกจับกุมตัวได้ที่บ้านพักในอำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย เจอยาบ้ารวม 75 เม็ด ซุกซ่อนในลิ้นชักโต๊ะทำงาน ถูกยึดทรัพย์เป็นเงินสด ทองรูปพรรณ ที่ดิน รถยนต์ และอาวุธปืน รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท

ซึ่งเป็นการขยายผลจากปฏิบัติการ "ยุทธการตัดเนื้อร้าย-เจ้าหน้าที่รัฐ" ครั้งที่ 14 ที่ได้จับกุมเครือข่ายยาเสพติดเมื่อพฤษภาคมปีที่แล้ว ได้ผู้ต้องหาไป 7 คน พร้อมของกลางคีตามีนล็อตใหญ่ 529 กิโลกรัม จากนั้นก็ค่อย ๆ ทยอยจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องไปเรื่อย ๆ จนมาถึง "พันตำรวจโท" นายนี้ และผู้ต้องหาอีกคนที่ทำหน้าที่รับเงินให้กับขบวนการ ซึ่ง "พันตำรวจโท" นายดังกล่าวให้การรับสารภาพว่ากระทำผิดจริง แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่า กระทำผิดอะไรไป

คุณพิธพงษ์ สอบถามเรื่องนี้กับเลขาธิการ ป.ป.ส. ก็เล่าให้ฟังว่าพฤติการณ์ของตำรวจนายดังกล่าวไม่ธรรมดา เริ่มยุ่งเกี่ยวรับเงินขบวนการค้ายาเสพติดมานานไม่ต่ำกว่า 2 ปีแล้ว

เริ่มตั้งแต่ที่เป็น "พนักงานสอบสวนคดียาเสพติด" ก็มีพฤติกรรมรับเงินคนในขบวนการ ช่วยทำสำนวนคดีให้อ่อน เช่น ลดจำนวนของกลางลง ลดความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐาน เพื่อให้ผู้ต้องหารับโทษสถานเบา หรือพ้นผิด จากนั้นก็เริ่มพัฒนาในทางที่ไม่ดี เป็นคนคอยเตือนขบวนการค้ายาเสพติด เวลาที่ตำรวจจะมีปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นจับกุม และที่จับได้คาหนังคาเขาเลย คือ จะคอยบอกเส้นทางตั้งด่านตรวจค้นยาเสพติดของตำรวจ เพื่อให้ขบวนการเหล่านี้หลีกเลี่ยง

เบื้องต้นจากการตรวจสอบ พบว่าเครือข่ายที่ได้รับประโยชน์จากขบวนการนี้ เป็นขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่อีสานใต้ เมื่อได้รับการช่วยเหลือแล้ว ก็จะคอยส่งเงินหลักหมื่น ถึงหลักแสนบาทเป็นค่าตอบแทน ตอนนี้ ป.ป.ส. กำลังขยายผลอยู่ว่า ยังมีใครที่เกี่ยวข้องกับขบวนการนี้อีกบ้าง และจะหาทางจัดการกับเนื้อร้ายแบบนี้อย่างไรต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง