เช้านี้ที่หมอชิต - เมื่อวาน (29 มิ.ย.) ที่ประชุมสภาฯ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 70 แต่ที่เดือด คือ พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส อภิปรายไปถึง "นายกฯ อนุทิน" คดีฮั้ว สว. ทำให้เกิดการประท้วงจาก สส.ภูมิใจไทย และลุกลามปะทะกับ "ประธานโสภณ" ถึงขั้นท้าสาบานกันกลางห้องประชุม
สภาฯ เดือด ! ถก ร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 70
ที่ประชุมสภาฯ ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาทในวาระแรก
โดย นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ชี้แจงว่า ร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 70 มุ่งเป้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน มุ่งสร้างโอกาส และลดความเหลื่อมล้ำอย่างทั่วถึง มุ่งเน้นตอบโจทย์นโยบายสำคัญรัฐบาล 5 ด้าน ยืนยันว่าจะใช้จ่ายภาษีของประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด และให้เม็ดเงินไปสู่ประชาชน
"ศิริกัญญา" เปรียบงบฯ ปี 70 เป็นฝีแตก
ขณะที่ นางสาว ศิริกัญญา ตันสกุล สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายเป็นคนแรกเปรียบงบประมาณปี 70 เป็นแผลเรื้อรัง และเป็นฝีแตก
พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ถ้ามีโครงการที่ชื่อว่า AI จะได้รับงบฯ เพิ่มมากขึ้นเป็นพิเศษ โดยปีนี้เพิ่มมา 2 เท่า ประมาณ 2 พันกว่าล้านบาท รวม 176 โครงการ
"อภิสิทธิ์" ซัดงบฯ ปี 70 มองไม่เห็นอนาคต
ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 70 เป็นงบประมาณที่มองไม่เห็นอนาคต เพราะประเทศเดินทางมาถึงจุดที่การจัดเก็บรายได้มีเพียงพอสำหรับงบประจำกับการใช้หนี้เท่านั้น
อีกทั้งรัฐบาลยังออก พ.ร.ก.กู้เงิน เพิ่มอีก 4 แสนล้านบาท รวมกับภาระหนี้ของรัฐ ทำให้หนี้สาธารณะเกินกว่า 70% แล้ว และมีโอกาสพุ่งไปถึง 80-90% ในอีก 5 ปีข้างหน้า
เหน็บ "ดีอี" เป็นกระทรวงลูกเทพ
ขณะที่ นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สส.จังหวัดตาก พรรคกล้าธรรม อภิปรายตั้งข้อสังเกตว่า งบประมาณที่มีการเติบโตก้าวกระโดด คือ กระทรวงดิจิทัลฯ เพิ่มขึ้น 33.6% และ กระทรวงการคลัง เพิ่มขึ้น 11.6%
ทั้งที่ นโยบายของนายกฯ ระบุว่า งบฯ แต่ละกระทรวงต้องกระโดดไม่เกินปีละ 20% แต่ กระทรวงดีอี มีงบประมาณเพิ่มแบบแหกทุกกฎเกณฑ์ สมเป็นกระทรวงของลูกเทพ
"เสรีพิศุทธ์" ท้า "โสภณ" สาบาน
แต่ที่เดือดเมื่อวาน คือ พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ช่วงหนึ่งอภิปรายถึงพฤติกรรมการปฏิบัติหน้าที่ของนายกฯ ตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน โดยยกตัวอย่างคดีฮั้ว สว. ที่นายกฯ ถูกกล่าวหาเกี่ยวกับคดี
พร้อมบอกว่า ถ้าคนเราบริสุทธิ์ ซื่อตรง ก็บริหารประเทศสุจริต แต่ทุจริตคดโกง จะบริหารประเทศได้อย่างไร
ทำให้ นายศุภชัย ใจสมุทร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า อภิปรายไม่เกี่ยวกับประเด็นงบฯ ปี 70 แล้วยังใส่ร้ายนายกฯ
ขณะที่ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ วินิจฉัยว่า การจะบอกว่านายกฯ สุจริตหรือไม่ เป็นการสันนิษฐานของ พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์
จน พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ อภิปรายต่อว่า เข้าใจดี ประธานก็อยู่ฝ่ายรัฐบาล เชื่อว่าการตัดสินของท่านไม่เป็นกลาง
ทำให้ นายโสภณ ปิดไมโครโฟน บอกว่า ยอมไม่ได้ที่มากล่าวหาว่าไม่เป็นกลาง และขอให้ถอนคำพูด ก่อนที่ พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ จะท้าให้สาบานกลางสภาฯ ว่าเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือไม่
โดย พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ได้เวลาอภิปราย 15 นาที แต่ใช้ไปเพียง 6 นาที 45 วินาที ซึ่งเวลาถูกใช้ในการโต้ตอบและประท้วง ไม่ได้ลงเนื้อหาการอภิปราย
"การดี" ซัด ! งบฯ ปี 70 ไร้อนาคต
ในช่วงบ่าย นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ สะท้อนปัญหาเกี่ยวกับการจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 70 ใน 3 ประเด็นหลัก ทั้งกระจัดกระจายซับซ้อน งบฯ นี้ติดป้ายคำว่า AI ไม่ตรงปก และงบฯ นี้จะทำให้ไทยตกขบวนโลกหรือไม่
"ภราดร" ยืนยันไม่กู้เพิ่ม ย้ำรักษาวินัย
ขณะที่ในช่วงเย็น นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงบประมาณ ชี้แจงประเด็นที่ฝ่ายค้านอภิปราย ทั้งฝีแตก แผลเรื้อรัง หาเช้ากินค่ำ
ยอมรับว่าเป็นอย่างที่ฝ่ายค้านกล่าว แต่ยืนยันหากทำงบฯ แบบเดิม อาจทำให้ประเทศอยู่ไม่ได้ ดังนั้นจึงมี 2 ทางเลือก คือ ทำแบบเดิม หรือ จะแก้ไขที่โครงสร้าง
พร้อมชวนกรรมาธิการฯ หลังจากร่างกฎหมายผ่านสภาฯ ไปแล้ว อยากให้มาช่วยกันตัดลดงบฯ ที่ไม่จำเป็นให้ได้มากที่สุด
"ศุภจี" ยันจัดทำงบฯ เผชิญความท้าทาย
ขณะที่ในช่วงค่ำ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงถึงการจัดทำงบฯ ว่า ขณะนี้ไทยเผชิญกับความท้าทาย 4 ด้าน คือ ภูมิรัฐศาสตร์, ปัญหาตะวันออกกลาง, ไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย และปัญหากับดักรายได้ปานกลาง
ดังนั้นจึงต้องจัดทำงบฯ เพื่อแก้ปัญหาทั้งระยะสั้น และวางโครงสร้างในระยะยาว เพราะไทยกำลังเผชิญปัญหาเรื้อรังมานาน
"ร.อ. ธรรมนัส" ปรากฏตัวที่รัฐสภา
ปิดท้ายกันที่ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ผู้สื่อข่าวพบว่าเมื่อวานไปที่สภาฯ ด้วย และได้ไปยืนฟังลูกพรรคอภิปรายงบฯ กระทรวงเกษตรฯ ที่บริเวณโถงหน้าอาคารรัฐสภา ก่อนขึ้นรถกลับออกไป