สนามข่าว 7 สี - ตามประเด็นของ "ครูนิ่ม" ผู้เสียหายกรณีการเปลี่ยนแปลงผลสอบคัดเลือกครูผู้ช่วย เข้าพบ ผอ.สพม.สมุทรปราการ เพื่อรับฟังคำชี้แจง หลังเดิมที "ครูนิ่ม" สอบได้ลำดับที่ 1 กลับถูกยกเลิกภายหลัง
นางสาวชณัฐดา วรสาร หรือ "ครูนิ่ม" ผู้สมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครู ตำแหน่งครูผู้ช่วย เข้าพบ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ เพื่อรับฟังคำชี้แจง หลังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการประกาศผลสอบที่เคยได้ลำดับที่ 1 แต่ถูกยกเลิก และไม่ได้เข้ารับการบรรจุเข้ารับราชการ
ครูนิ่ม บอกว่า หลังจากมีรายชื่อประกาศผลสอบ ระบุว่าเป็นผู้ได้รับการบรรจุในลำดับที่ 1 ทางครอบครัวจึงตัดสินใจให้ลาออกจากตำแหน่งครูอัตราจ้างเดิม อยู่ระหว่างการเตรียมโยกย้ายที่พัก เพื่อเข้ารับราชการ ตามหนังสือเรียกรายงานตัว ในวันที่ 29 มิถุนายน แต่ปรากฏว่าก่อนถึงวันบรรจุเพียงไม่กี่วัน กลับได้รับแจ้งว่าผลคะแนนเกิดความผิดพลาด และถูกยกเลิกสิทธิดังกล่าว
ด้าน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตการศึกษามัธยมศึกษาจังหวัดสมุทรปราการ ชี้แจงว่า หลังจาก สพม.สมุทรปราการ มีกำหนดการคัดเลือกบรรจุข้าราชการ ในตำแหน่งครูผู้ช่วย ปี 2569 จำนวน 14 อัตรา โดยมหาวิทยาลัยสวนดุสิต เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดทำข้อสอบ ตรวจข้อสอบ และประมวลผลคะแนน ก่อนส่งผลสอบให้ สพม.สมุทรปราการ ประกาศผล
โดยไทม์ไลน์การสอบ วันที่ 14 มิถุนายน 2569 เป็นวันสอบกลุ่มวิชาเอกฟิสิกส์ และวันที่ 17 มิถุนายน 2569 สพม.สมุทรปราการ ได้ประกาศผลสอบ ซึ่งปรากฏว่า "ครูนิ่ม" เป็นผู้ผ่านการคัดเลือก
ต่อมา มีผู้เข้าสอบอีกราย ทำเรื่องร้องขอตรวจผลคะแนน เนื่องจากตั้งข้อสังเกตว่า คะแนนสอบของเธอนั้นน้อยเกินไป ได้เพียง 9 คะแนน ทาง สพม. จึงประสานมหาวิทยาลัยสวนดุสิต เพื่อตรวจสอบผลคะแนนใหม่อีกครั้ง
ต่อมาวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ทางมหาลัยฯ จึงตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ และพบความผิดพลาดในการตรวจข้อสอบ ทำให้ผลคะแนนเดิมจาก 9 คะแนน เพิ่มขึ้นเป็น 47 คะแนน และเป็นอันดับ 1 ของการสอบ จึงทำให้ครูนิ่มมาเป็นอันดับ 2 ทันที โดยตำแหน่งครูผู้ช่วย รับเพียงอัตราเดียวเท่านั้น จึงมีคำสั่งยกเลิกการประกาศรายชื่อของครูนิ่ม
ขณะที่ ตัวแทนมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ชี้แจงกรณีผู้เข้าสอบอีกราย ที่ร้องว่าสอบได้คะแนนเพียง 9 คะแนนนั้น จากการตรวจสอบเนื้อหาข้อสอบอย่างละเอียด พบว่าเนื้อหาข้อสอบด้านใน ไม่ตรงกับปกของข้อสอบ มีการสลับปกกันระหว่างข้อสอบชุด A กับชุด B คือ ปกเป็น A แต่เนื้อด้านในเป็น B ซึ่งเกิดจากความผิดพลาดของทางโรงพิมพ์ ที่ใส่ปกไม่ตรงกับเนื้อหาข้อสอบด้านใน จึงทำให้คีย์เฉลยคำตอบผิดพลาดได้เพียง 9 คะแนน พอมาตรวจใหม่พบว่า คะแนนจริงของผู้ร้องคือ 47 คะแนน และขึ้นมาเป็นอันดับ 1 แทนครูนิ่ม
ต่อมา ครูนิ่ม เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นผู้ร่วมรับหนังสือในครั้งนี้
ทางกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า ให้ความสำคัญกับปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมสั่งการให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ จึงจะมีคำตอบที่ชัดเจนออกมา
จากกรณีที่เกิดขึ้น มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เสนอแนวทางในการเยียวยาครูนิ่ม 2 แนวทาง คือ เสนอตำแหน่งลูกจ้างของมหาวิทยาลัย พร้อมรับสิทธิและสวัสดิการ, จัดหางานในโรงเรียนใกล้ภูมิลำเนา ซึ่งเบื้องต้น ครูนิ่ม ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกข้อเสนอในแนวทางใด